สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ตอนที่ ๕๒ ความลับที่ถูกเปิดเผย [ ดำเกิง & ขมิ้น ]

ชื่อตอน : ตอนที่ ๕๒ ความลับที่ถูกเปิดเผย [ ดำเกิง & ขมิ้น ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2560 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๕๒ ความลับที่ถูกเปิดเผย [ ดำเกิง & ขมิ้น ]
แบบอักษร


ชายร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงสแล็กสีดำก้าวขึ้นบันไดของสถานีตำรวจประจำอำเภออย่างเร่งรีบ ในมือของเขามีซองเอกสารที่จะใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

หลังจากอ่านหมายเรียกที่บิดานำมาส่งให้ในช่วงหัวค่ำของเมื่อวาน ดำเกิงก็รีบกลับไปที่บ้านเดิมเพื่อค้นหาเอกสารการแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่ขโมยรถของเขาไปในวันที่จัดงานบุญประจำปี ซึ่งเอกสารฉบับนี้จะช่วยพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวในวันที่มีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด

เมื่อเข้าสู่บริเวณทำการของสถานีตำรวจ ชายหนุ่มแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่เวรซึ่งนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะ ไม่ลืมที่จะหันกลับไปมองภรรยาที่เดินตามหลังมาติด ๆ   

ทั้งสองเดินไปนั่งรอที่ม้านั่งซึ่งจัดเตรียมเอาไว้รองรับประชาชน ขมิ้นสังเกตว่าสามีของเธอดูจะหัวเสียไม่น้อยที่ต้องเสียเวลากับเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ปากรูปกระจับที่ชอบเย้าชอบหยอกให้เธอหัวเราะ บัดนี้เม้มแน่น คิ้วเข้มที่พาดเฉียงเหนือดวงตาคมก็ขมวดมุ่นจนน่าตกใจ นั่นยังไม่รวมถึงการหักข้อนิ้วเสียงดังกร้อบ ๆ อยู่ตลอดเวลา เขาคงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ตนเองเคร่งเครียดมากแค่ไหน

ขมิ้นหันมองคนตัวโตที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยแววตาอ่อนโยน เขายังคงมองตรงไปข้างหน้า มองไปยังประตูห้องสอบสวนด้วยแววตาวิตกกังวล เธอเอื้อมมือไปจับมือของดำเกิงเพื่อให้เขาหยุดหักข้อนิ้ว

ชายหนุ่มหันกลับมาเมื่อถูกห้ามด้วยภาษากาย เขาฝืนยิ้มให้เธอน้อย ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองประตูห้องอย่างเดิม แต่มีหรือที่ขมิ้นจะยอมให้เป็นเช่นนั้น เธอเลือกที่จะบีบมือของเขาเพื่อให้ชายหนุ่มสนใจและหันกลับมา

“ไม่มีอะไรหรอก” เสียงหวานละมุนหูดังขึ้นเบา ๆ  หากไม่ติดว่าอยู่ในที่สาธารณะ เธอคงจะสวมกอดเพื่อให้คนตรงหน้าได้ผ่อนคลาย ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอารมณ์ดีอย่างดำเกิง เวลาที่เครียดจะดูน่าเห็นใจถึงปานนี้

ชายหนุ่มหลุบตามองต่ำลงหลังจากที่ฟังความสั้น ๆ ประโยคนั้น ขยับปากเล็กน้อยยามครุ่นคิดตามที่ภรรยาบอก นั่นสิ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ที่มาในวันนี้ก็เพื่อจะมาบอกว่าเขาบริสุทธิ์ใจและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น จะต้องเครียดไปทำไมกัน

ดำเกิงแย้มยิ้มอีกครั้ง ดวงตาส่องประกายสดใสแสดงให้เห็นว่าเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจ มิใช่ฝืนยิ้มเหมือนครั้งที่แล้วมา

เมื่อเริ่มคลายกังวล หนุ่มสาวก็พูดคุยเรื่องเบาสมองเพื่อฆ่าเวลาในการนั่งรอเรียก

ครู่ใหญ่ ที่บันไดก็มีความเคลื่อนไหวปรากฏ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามนายพาตัวผู้ต้องสงสัยสองคนเดินขึ้นมาบนสถานี เมื่อคนทั้งห้าเดินผ่านหน้าไป ขมิ้นกับดำเกิงถึงได้รู้ว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคือเทพกับลำไย !

เทพปรายตามองดำเกิงซึ่งนั่งอยู่ที่ม้านั่งเพียงแว้บเดียวก็เชิดหน้าไปมองทางตามเดิม ทิ้งให้สองสามีภรรยาหันมองกันและกันอย่างมิได้นัดหมาย คำถามมากมายกระเด็นออกมาทางสายตา ทั้งที่ว่าลำไยถูกจับข้อหาอะไร แล้วหล่อนมาพร้อมกับเทพได้อย่างไร แต่ก่อนจะได้สงสัยมากไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายก็คุมตัวเบนเดินตามหลังมาติด ๆ

ขมิ้นจำได้ว่าเคยเห็นผู้ชายคนหลังนี้ในวันที่ดำเกิงไปขายผักที่ตลาดนัดเป็นวันแรก เขาเดินมากับลำไย ทว่าชายหนุ่มเอาแต่เล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเหตุใด ลำไยถึงถูกจับกุมเช่นนี้

ขณะนี้ คงมีแต่ดำเกิงที่พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ เขารู้ว่าเทพกับเบนเป็นเพื่อนกันมานาน ทั้งคู่มีผลประโยชน์กองโตที่เชื่อมมิตรภาพจอมปลอมเอาไว้ด้วยกัน...ผลประโยชน์จากการค้ายานรก !

ซึ่งเมื่อใครคนหนึ่งพลาดท่าถูกจับ พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะซัดทอดความผิดไปยังอีกคน เพื่อให้มาร่วมเสวยสุขร่วมกัน เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนที่พร้อมจะหักหลังกันทุกเมื่อ

ส่วนลำไย ชายหนุ่มจำได้ว่าพบเธออยู่กับเบนในช่วงแรกที่แตกหักกับเขา ไปไหนมาไหนด้วยกันยิ่งกว่าตอนที่เธอคลุกคลีอยู่กับเขาเสียอีก แต่ไม่รู้ว่าจับพลัดจับผลูอีท่าไหน ระยะหลังมานี้ถึงได้เห็นว่าอยู่กับเทพเป็นส่วนใหญ่...


“นายดำเกิง ศรีตระกูล” เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเรียกชื่อให้ผู้มาตามหมายเข้าไปในห้องสอบสวนที่ผู้ถูกจับกุมทั้งสามคนเดินเข้าไปเมื่อครู่

ดำเกิงลุกเดินเข้าไปในห้องพร้อมซองเอกสารในมือ ส่วนขมิ้นนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงต้องรอที่ด้านนอก ซึ่งเธอก็ภาวนาว่าสามีจะผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ภายในห้องสอบสวน ดำเกิงถูกแยกให้มานั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ระหว่างที่รอให้พนักงานสอบสวนมาสอบปากคำ ชายหนุ่มก็เงี่ยหูฟังเรื่องราวที่เจ้าหน้าที่พูดคุยกันถึงเรื่องของผู้ถูกจับกุมทั้งสามว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมพร้อมรถจักรยานยนต์แบบมินิไบค์เมื่อหลายวันก่อนได้ซัดทอดถึงเทพว่าเป็นผู้ใช้ให้เขาขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่ชายป่าแล้วอยู่รอให้มีคนมารับรถต่อไปอีกที

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลจับกุมเทพก็พบว่าเขาอยู่ภายในห้องพักแบบรายวันกับลำไย โดยทั้งสองมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าได้เสพสารเสพติดมาสด ๆ  จึงได้คุมตัวมายังโรงพัก ระหว่างนั้นเอง เทพได้ซัดทอดไปยังเบนว่าเป็นผู้จำหน่ายสารเสพติดให้แก่เขา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้คุมตัวชายหนุ่มมาอีกคน

ดำเกิงนั่งฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสมเพชความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่แสดงผ่านเทพและเบน ทั้งอนาถใจที่ตนเองก็เคยเข้าไปพัวพันกับวงจรดังกล่าว แม้จะเป็นเพียงผู้เสพ แต่ก็นับว่าเป็นความอัปยศที่ติดตัวเขาตลอดมา

ขณะที่นั่งรอพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็พาตัวลำไยแยกออกมานั่งที่มุมเดียวกันกับดำเกิง เพียงแต่เป็นคนละโต๊ะ

เมื่อหญิงสาวเห็นว่าคนที่นั่งเยื้องกันคือชายคนที่ตนเคยหลอกใช้ ความอับอายก็สั่งให้เธอหลบตามองพื้นโต๊ะ ที่ผ่านมาเธอมองว่าดำเกิงโง่เง่า พูดอะไรเขาก็เชื่อ ขอเงินพ่อแม่มาให้เธอผลาญ ทั้งซื้อเสื้อผ้าแทบทุกวัน ซื้ออาหารและของใช้แพง ๆ ตามห้างสรรพสินค้า ตลอดจนค่าอินเทอร์เน็ตแบบรายเดือน  

เขาออกเงินจ่ายให้เธอทุกอย่าง ขอเพียงเอ่ยปากออกมาเพียงไม่กี่คำ ยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น เธอเห็นดำเกิงเป็นเพียงหนุ่มไทบ้านกระจอก ๆ ที่หลงเข้ามาเป็นเหยื่อ เธอไม่เคยคิดจะจริงจัง เห็นเขาเป็นควายที่ถูกสนตะพาย จะจูงไปทางไหนก็ไม่อิดออด แต่ดูตอนนี้สิ เขาดูภูมิฐาน แววตาซื่อ ๆ ที่เคยมองเธอด้วยความชื่นชมก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและว่างเปล่า แม้จะเห็นแววความห่วงใยปรากฏทางสายตาอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอให้เขาช่วยอีกต่อไปแล้ว

หญิงสาวนึกสมเพชความโง่งมของตนเองที่อยากสวย อยากขาว อยากเป็นที่หนึ่งจนลืมนึกถึงถูกผิด ก้าวขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดที่คนเล่าลือกันว่าใช้แล้วจะขาวและผอมเพียว ยาที่ชื่อว่า...ยาไอซ์

แรกเริ่ม เธอลอบซื้อยานี้มาจากสมุนสาวที่มีแฟนเป็นเด็กส่งยาของเบน หล่อนบอกว่ายาตัวนี้ไม่ทำให้ติดเหมือนยาบ้า ทำให้คนคลั่งสวยอย่างลำไยหลงเชื่ออย่างง่ายดาย ช่วงต้นก็ดูจะเห็นผลดีเพราะสารดังกล่าวทำผู้เสพไม่อยากอาหาร เมื่อไม่กินอะไร น้ำหนักก็ลดลง เป็นผลให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่ายาจะช่วยให้ผิวของเธอขาวบ้างเหมือน แต่แล้วความจริงก็แสดงออกมาว่าแทนที่จะขาวอย่างคำลือ เธอกลับติดยาตัวนี้งอมแงม เวลาที่ขาดยาก็จะหงุดหงิด กระวนกระวาย จำเป็นต้องหามาเสพอยู่เสมอ ๆ

แม้จะกำชับลูกน้องว่าห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่ดูเหมือนว่าความลับจะไม่มีในโลก เมื่อวันหนึ่งเบนติดต่อมาหาเธอทางโทรศัพท์ เขาบอกว่ารู้ความลับของเธอ และเสนอว่าจะให้ยาไปใช้ฟรี ๆ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องคบเป็นแฟนกับเขา

ลำไยตรองความเสี่ยงเพียงไม่นานก็ตอบตกลง เนื่องจากว่าช่วงนั้นไม่มีดำเกิงคอยออกเงินให้ใช้เพราะเขาต้องแต่งงานกับขมิ้น อีกทั้งเงินของเธอเองก็ต้องเก็บไว้ซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางเลี้ยงลูกน้องเพื่อรักษาตำแหน่งสาวงามประจำตำบล เหล่านี้ ทำให้ข้อเสนอของเบนดูน่าสนใจขึ้นมาหลายเท่าตัว

และแล้วลำไยก็ได้รู้ว่าการคบกับคนโง่อย่างดำเกิงนั้นดีกว่าคบคนแบบเบนเป็นไหน ๆ  แม้ดำเกิงจะทุ่มเงินให้เธอมากมาย แต่เขาก็ไม่เคยทวงผลประโยชน์คืนแต่อย่างใด ผิดกับเบนที่จ้องแต่จะเอาเปรียบ เขาใช้ความลับเป็นข้อต่อรองให้เธอยอมหลับนอนด้วย พอเป็นของเล่นเขาได้ไม่นาน ชายหนุ่มก็ส่งต่อให้เธอไปรับยาจากเทพ ซึ่งคนหลังนี้นอกจากจะค้าแล้วเขายังเสพเอง ทำให้เป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย เอะอะอะไรก็ทุบตี ครั้นจะตีตัวออกห่างก็กลัวว่าเขาจะแฉความลับ เธอจึงต้องทนอยู่เป็นของเล่นให้เทพและลูกน้องคนสนิทของเขามาจนถึงปัจจุบันที่ถูกตะครุบตัวพร้อมกัน


“นายดำเกิง ศรีตระกูลนะครับ” เจ้าหน้าที่สอบสวนนายหนึ่งเดินถือเอกสารมานั่งฝั่งตรงข้ามของชายหนุ่ม เป็นผลให้ความกระอักกระอวลใจระหว่างหนุ่มสาวทั้งสองสิ้นสุดลง

“ครับ” ดำเกิงตอบรับพร้อมขยับกายนั่งตัวตรง

“ขอบคุณที่มาในวันนี้...” นายตำรวจกล่าวก่อนจะเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มต้องเสียเวลามานั่งตอบคำถามอันตึงเครียด ตั้งแต่การจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชน ไปจนถึงการขยายผลยึดของกลางซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนให้ชื่อนายดำเกิง

ชายหนุ่มให้ปากคำอย่างเปิดเผย เขาแสดงเอกสารการแจ้งความเอาผิดกับผู้ขโมยรถให้เจ้าหน้าที่ดูว่ามันหายไปเมื่อไหร่และมีใครเป็นผู้ต้องสงสัยในครั้งนั้น

การสอบปากคำเป็นไปด้วยดี ดำเกิงสามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองไม่ได้ครอบครองรถมาเป็นเวลานาน อีกทั้งผู้ถูกจับกุมก็ไม่ได้ซัดทอดความผิดมายังเขา ทำให้เป็นการง่ายที่ชายหนุ่มจะพ้นจากความสงสัย แต่ครั้นจะขอรถคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าจำเป็นต้องใช้รถบุโรทั่งคันนั้นเป็นหลักฐานในการส่งฟ้อง ทำเอาคนที่ได้ฟังถึงกับโกรธจนควันออกหู

เขาไม่ได้โกรธที่ตำรวจปฏิเสธคำขอรับรถคืน แต่โกรธตรงที่ได้ยินคำว่า ‘รถฮ่าง’ ที่นายดาบคนหนึ่งพูดลอย ๆ นอกเหนือการสอบปากคำต่างหาก

“หมายความว่ายังไงครับที่บอกว่ารถฮ่าง” ดำเกิงพยายามสูดหายใจลึกสุดปอด รถคันโปรดที่เขาทุบกระปุกซื้อกลายเป็นรถฮ่างไปในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีอย่างนั้นหรือ?

“รถฮ่างกะคือรถเพนั่นตั่วบักหำน้อย เจ้าไปเบิ่งเอาโลด จอดเป็นซากอยู่ใต้ถุนโรงพักนั่น” นายดาบพูดกวนโดยบอกว่ารถพังก็คือรถพัง ถ้าอยากเห็นก็ให้ไปดูที่ใต้ถุนโรงพัก

แน่นอนว่าดำเกิงต้องไปดูแน่ แต่ในระหว่างที่เก็บเอกสารใส่ซอง เทพที่นั่งอยู่อีกโต๊ะก็ส่งเสียงแหบแห้งอันเป็นเอกลักษณ์มากวนอารมณ์ว่าเขาเป็นคนแต่งรถคันนั้นใหม่ ถ้าดำเกิงเห็นแล้วชอบก็ไม่ต้องมาขอบคุณก็ได้ เขายินดีทำให้เป็นการตอบแทนที่ให้ยืมใช้รถ

“ขอบคุณพ่อมึงสิ” คนหวงของตอบกลับไป ไม่เพียงแค่ส่งเสียง เจ้าตัวยังเดินตรงไปยังโต๊ะที่เทพกับเบนนั่งรอการสอบสวนอีกด้วย

“มึงต้องขอบคุณกูต่างหาก” เทพเดาะลิ้นยียวน “ถ้าคืนนั้นไม่ได้กู...มึงก็คงไม่ได้เมียแน่” เขาพูดพร้อมหันไปมองเบนที่นั่งอยู่ข้างกัน ซึ่งเบนที่ไม่มีอารมณ์สนุกด้วยก็เชิดหน้ามองไปอีกทาง ทำให้เทพต้องหันกลับมาพูดกับดำเกิงต่อ “พูดแล้วก็เสียดาย อุตส่าห์แก้ผ้าจนเกือบหมดแล้วเชียว มึงดันยื่นจมูกเข้ามาแส่ซะได้ อีสาวนั่นยิ่งดูใส ๆ ด้วย ถ้าได้อึ๊บสักครั้งกูจะตั้งใจ...”

พูดไม่ทันจบความ หมัดหนัก ๆ ก็อดีตนักมวยผู้เป็นสามีของหญิงคนดังกล่าวก็ซัดเข้าที่ใบหน้าของคนปากมอม ทำให้เทพตกจากเก้าอี้ที่นั่งซ้ำยังไปเฉียวกับเก้าอีกของเบนจนล้มระเนระนาด  เรื่องไม่จบเพียงเท่านั้น ดำเกิงยังตรงไปนั่งคร่อมร่างของคู่กรณีแล้วกระหน่ำชกต่อยเทพอย่างเอาเป็นเอาตาย เรียกได้ว่าหากไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาห้ามได้ทันเวลา เทพคงจะได้หน้าใหม่โดยไม่ต้องไปศัลกรรมทุบโหนกทุบหน้าที่เกาหลีเลยเชียว

“ปฐมพยาบาลคนเจ็บ” นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีสั่งผู้ใต้บังคับบัญชา หนอยแน่ะ เผลอแป๊บเดียวก็ตีกันซะได้ “ส่วนนายดำเกิง ไปควบคุมอารมณ์ในห้องขังสักชั่วโมงก็แล้วกัน”

สิ้นคำสั่ง ดำเกิงก็ถูกคุมตัวออกไปจากห้องสอบสวน เทพเองก็ดูจะปากบอนไม่น้อย เขาร้องตามหลังไปว่าได้จับนมเมียของดำเกิงด้วย ทำให้คนเลือดร้อนสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเจ้าหน้าที่ วิ่งกลับมายันโครมเข้าให้ เป็นผลให้เทพลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น และโดยไม่คาดคิด นายตำรวจที่เพิ่งสั่งการให้เลิกแล้วต่อกันก็ถือโอกาสตอนที่ไม่มีคนสังเกต เตะป้าบเข้าที่หลังของเทพก่อนจะพยุงให้ลุกขึ้นนั่งตามเดิม...กูยิ่งหวั่นใจว่าผู้ถูกจับกุมจะมีรอยช้ำ เดี๋ยวโดนตั้งข้อสังเกตว่าซ้อมผู้ต้องหา ไอ้ห่านี่ยิ่งหาเรื่องใส่ตัวอยู่ได้ โดนตีนสักทีจะได้หายคัน


เมื่อประตูห้องสอบสวนเปิดออก ขมิ้นที่ลงไปซื้อน้ำดื่มที่ร้านค้าข้างสถานีตำรวจก็รีบลุกจากม้านั่ง เข้าใจว่าสามีคงเสร็จธุระแล้ว จึงได้เตรียมตัวกลับบ้าน แต่เมื่อพบว่าเขาออกจากห้องมาพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเดินไปยังห้องขัง หญิงสาวก็ทำได้เพียงเดินตามหลังต้อย ๆ ไปพร้อมตั้งคำถามว่าเกินอะไรขึ้น?

“สงบสติอารมณ์...?” เธอทวนคำที่คุณตำรวจบอกอย่างงุนงง ดำเกิงไปทำอะไรเข้ารึนี่?

ชายหนุ่มไม่ยอมเล่าเรื่องที่ทำให้เขาสติแตก จำได้ว่าวันนั้นที่เกิดเรื่อง ขมิ้นไม่ยอมไปแจ้งความเอาผิดเทพตามที่เขาเสนอ เธอบอกว่าอายและอยากจะลืมมันไป จึงทำให้ไม่มีใครขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีก นี่เป็นเหตุให้เขาเลือกที่จะโกหกเธอโดยบอกว่าโกรธเรื่องรถที่ถูกใช้งานจนพัง จึงเผลอชกหน้าเทพต่อหน้าตำรวจ ซึ่งขมิ้นที่ลงไปซื้อของก็บอกว่าเห็นรถคันหนึ่งจอดทิ้งไว้ที่ใต้ถุน สภาพดูไม่ได้ สมแล้วที่ดำเกิงจะโกรธจนสติแตกแบบนี้

“ไว้เราค่อยเก็บเงินซื้อคันใหม่นะ” คนตัวเล็กที่มานั่งจับมือสามีที่หน้าห้องขังเสนอทางออก

รอยยิ้มของเธอดูสดใสและเป็นกำลังใจให้เขาได้อย่างดี ดำเกิงบอกตัวเองว่าเขาทำถูกแล้วที่ได้ต่อยหน้าคนที่หยามเกียรติเธอ เขาทำถูกแล้วที่ไม่พูดเรื่องนั้นขึ้นมาอีก...และแค่หนึ่งชั่วโมง คงไม่นานเกินไปที่จะอดทน


###



*** ขอบคุณแฟน ๆ ที่คอยติดตามเป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอมานะคะ เรื่องราววุ่น ๆ เริ่มคลายปมออกมาแล้ว เหลือเหตุการณ์ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนอีกน้อยหนึ่ง บอกใบ้ว่าเป็นเรื่องแฟนเก่าพี่ดำค่ะ (ใบ้ขนาดนี้ ทำไมหล่อนไม่เล่ารายละเอียดซะเลยล่ะนังสามกันยุง) ฮ่า ๆ งั้นไรท์ไม่พูดแล้วดีว่า อิอิ ไปก่อนนะคะ หลับฝันดีค่ะทุกคน ขอให้มีความสุขกับวันหยุดนะค้าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น