Finland (ช้อย)

เปิดเรื่องใหม่แล้วนะค๊า ช่วยกันเม้นเยอะ ๆ ช้อยจะได้มีกำลังใจ ขอบพระคุณค่าที่อยู่ด้วยกันมาตลอด / กราบ

Chapter 33 : เกิดเรื่องขึ้นจนได้ อาร์ม-ไนท์

ชื่อตอน : Chapter 33 : เกิดเรื่องขึ้นจนได้ อาร์ม-ไนท์

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.2k

ความคิดเห็น : 128

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2560 10:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 33 : เกิดเรื่องขึ้นจนได้ อาร์ม-ไนท์
แบบอักษร

ไนท์.................................

วันนี้ผมมาทำงานที่บ้านนายเหมือนอย่างเคย  ถ้าไอ้อาร์มมันว่างมันก็จะมาช่วย แต่วันนี้เหมือนผู้บังคับบัญชาเรียกมันเข้าพบ ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักก็รดน้ำพรวนดินต้นไม้ของผมไป  ซักพัก.....

“ไนท์ออกไปส่งหม่อนข้างนอกหน่อยสิ”  หม่อนหน้าเศร้าบอกกับผม

“ผมว่าอย่าดีกว่านะครับ เดี๋ยวนายรู้ขึ้นมาแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่” ผมบอกกับเธอไป  ใบหม่อนมักจะให้ผมออกไปส่งเธอหาแฟนข้างนอกเป็นประจำ ไอ้ผมถ้าแค่ออกไปส่งก็ไม่เป็นไร แต่ผมกลัวนายจะรู้เรื่องเข้าเพราะใบหม่อนไม่ได้บอกเรื่องแฟนให้กับนายรู้ ก็แอบคบกันนั่นแหล่ะ

“นะไนท์ขออีกแค่ครั้งเดียว”  ใบหม่อนบอกกับผม น้ำตาคลอเหมือนเธอจะมีเรื่องไม่เข้าใจกันกับแฟน ผมเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้

“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะครับ”  ผมย้ำบอกกับเธอไปอีกครั้ง ไอ้ผมก็ไม่อยากจะมีปัญหาอะไรกับนายด้วยซิ  นายอุตส่าห์ไว้ใจให้ผมพาใบหม่อนออกไปส่งเรียนแต่นี่กลับไปหาผู้ชาย ผมก็ยังตะขิดตะขวงใจอยู่เหมือนกัน

ในที่สุดผมก็ต้องจำเป็นขับรถพาใบหม่อนออกไปข้างนอก  พอขับเข้ามาในตัวเมือง

“ไนท์รอตรงนี้นะ เดี๋ยวใบหม่อนมา”   แล้วใบหม่อนก็บอกกับผม  ผมได้แต่พยักหน้ารับ เพราะทุกครั้งใบหม่อนก็จะให้ผมรอแบบนี้เป็นประจำ  ผมนั่งรอใบหม่อนชั่วโมงก็แล้ว สองชั่วโมงก็แล้ว นี่ปาเข้าชั่วโมงที่สาม

“ไปไหนของเค้าเนี่ย..?”  ผมคอยชะเง้อมองหาแต่ใบหม่อน เพราะปกติใบหม่อนจะไปแค่ชั่วโมงกว่าไม่ได้นานเหมือนกับครั้งนี้ เพราะกลัวว่านายจะจับได้

“จิ๊ เดี๋ยวก็โดนนายจับได้พอดี”    ผมกระสับกระส่ายจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวผมเลยเดินออกไปตามดูแถวละแวกใกล้ ๆ นี้แต่ก็ไม่เจอ  ผมเดินกลับมาที่รถยกแขนขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ

“จะบ่ายสามแล้วนี่หว่า”   ผมต้องรีบกลับไปรดน้ำต้นไม้ให้นายเพราะตอนห้าโมงพอนายเลิกงานแล้วนายจะเข้ามาดูต้นไม้ดอกไม้ที่สวนทันทีบ้านยังไม่เข้าด้วยซ้ำ  ผมเลยตัดสินใจกลับก่อนเพราะรอมานาน ใบหม่อนอาจจะกลับไปที่ค่ายแล้วก็ได้  

พอกลับมาถึงบ้านนายผมรีบรดน้ำพรวนดินต้นไม้จนลืมนึกถึงเรื่องของใบหม่อนไปเลย เพราะคิดว่าคงกลับมาแล้ว ผมก็ทำงานของผมไปจนกระทั่ง

“ไอ้ไนท์เสร็จรึยังวะ...? กูมารับแล้ว”  เสียงไอ้อาร์มก็ดังขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองเห็นมันกำลังเดินเข้ามาหา

“เป็นไงมั่งเหนื่อยมั้ยวะ...?”  มันเอามือปาดเหงื่อให้กับผม

“นิดหน่อย”  ผมยิ้มบอกมันไป

“เสร็จแล้วก็กลับกันเหอะ”  ไอ้อาร์มมันชวน ผมพยักหน้ารับแล้วเอาพวกเสียมพวกจอบไปเก็บ

หมับ..!! ไอ้อาร์มเข้ากอดคอผมเอาไว้แล้วเราก็พากันเดินกลับที่พัก  พอกินข้าวอาบน้ำเสร็จ พวกผมก็ลงมานั่งที่ลานกีฬาคุยเรื่องสัพเพเหระ ซักพัก.....

“ไอ้ไนท์ ไอ้ไนท์ผู้พันเรียก”   แล้วไอ้มนต์ก็วิ่งเข้ามาบอกกับผม ผมหันไปมองหน้าไอ้อาร์ม

“มีเรื่องอะไรเหรอวะ...?”   ไอ้อาร์มมันรีบถามผม

“ไม่รู้ว่ะ คงจะสั่งงานกูเอาไว้พรุ่งนี้แหล่ะ”   ผมบอกไป

“ให้กูไปส่งมั้ยวะ...?”  มันบอกกับผม

“เฮ้ย ไม่เป็นไรเดี๋ยวกูมา”  ผมบอกกับมันแล้วรีบวิ่งไปบ้านนาย พอมาถึงผมต้องแปลกใจเพราะมีผู้บังคับบัญชานั่งรอผมอยู่ในบ้านนายกันหลายคน

“เข้ามาดิ๊”   แล้วเสียงของ ผบ.ร้อย ก็เรียกผมให้เข้าไปหา  ผมเดินเข้าไปแล้วยืนตัวตรงหน้าเชิดอกตั้ง

“ลูกกูอยู่ไหน...?”  แล้วนายก็ถามผมขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ ผมรู้ได้ทันทีว่าคงเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ

“เอ่อ คือ”  ผมอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ

“กูถามว่าลูกกูไปไหน....!!”     นายลุกเดินเข้ามาตะคอกถามผมอีกครั้ง

“ไม่ทราบครับ”  ผมยืนตัวตรงบอกกับนายไป

“มึงไม่รู้ได้ยังไง ทหารเวรหน้าค่ายบอกมึงพาลูกกูออกไปข้างนอก แล้วขากลับไม่พากลับมา มึงพาลูกกูไปที่ไหนวะ...?”  

“มึงหายไปไหนมากับลูกตั้งหลายชั่วโมงห๊ะ...!!”  นายกำหมัดแน่นถามกับผม

“นายครับผมว่าใจเย็น ๆ ก่อนเถอะครับ”  ผบ.ร้อยเดินเข้ามาบอกกับนาย

“ใจเย็นได้ยังไงลูกสาวผมหายไปทั้งคน เป็นเพราะมันลูกสาวผมถึงได้หายตัวไป”  นายหันไปบอกกับ ผบ.ร้อย

“เอ็งออกไปไหนมา...?”  แล้ว ผบ.ร้อยก็ถามผมขึ้นอีกครั้ง

“ผมพาคุณใบหม่อนออกไปส่งข้างนอกครับ”  ผมบอกไป

“มึงมันโกหก ออกไปส่งทำไมตั้งหลายชั่วโมง มึงเอาลูกกูไปซ่อนไว้ที่ไหนวะ..!!”   นายชี้หน้าปรี่เข้ามาหาผม

“ผมไม่รู้ว่าคุณใบหม่อนไปไหนครับนาย”  ผมบอกกับนายไปตามความจริง

“เรื่องนี้ผมต้องสอบสวนให้กระจ่าง พลทหารออกไปข้างนอกโดยพลการ ไม่พอยังพาลูกสาวผมออกไปข้างนอกแล้วเอาไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้อีก ผมจะตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง”   แล้วนายก็พูดขึ้น ผมใจหายวาบขึ้นมาทันที

“เอามันไปขังไว้ก่อน” แล้วนายก็สั่งสิบเวรให้คุมตัวนำผมไปขังเอาไว้ก่อน

“มึงโดนเล่นงานหนักแน่ไอ้ไนท์ แอบพาลูกสาวนายหนี”   สิบเวรบอกกับผม

“ผมไม่ได้พาหนี ถ้าหนีแล้วผมจะกลับมาทำไม...?”  ผมบอกกับสิบเวรไป

“ผมไม่ได้คิดอะไรกับลูกสาวนายด้วยซ้ำ”   

“แล้วใครจะเชื่อมึง ทหารเวรก็เห็นว่ามึงพาลูกสาวนายออกไปข้างนอกด้วยกันบ่อย ๆ”  สิบเวรพูดขึ้น ไม่นานผมก็ถูกคุมตัวไปขังคุกไว้โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลย

“กูหนอกู น้ำท่วมปากจริง ๆ”   เฮ้ออออออ ผมได้แต่นั่งถอนหายใจยาวอยู่ในคุก

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อาร์ม............................

เช้านี้ผมไม่ได้ไปช่วยไอ้ไนท์ทำงานที่บ้านนายเพราะถูกผู้บังคับบัญชาเรียกเข้าพบ

“เรียกผมเหรอครับท่าน..?”  ผมถามไป 

“เรื่องของคุณถึงหูท่านแล้วนะ ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ”  แล้วนายก็บอกกับผม ผมทำหน้างงสงสัยในคำพูดของนาย

“เรื่องคุณกับพลทหารอดิศรหน่ะ”    นายเงยหน้าบอกกับผม ผมใจหายวาบขึ้นมาเมื่อได้ยิน

“พ่อรู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับ”  ผมถามไป

“ตั้งแต่คุณมาอยู่ที่นี่ท่านก็ส่งคนติดตามตลอด อย่าคิดว่าท่านไม่รู้เรื่องนะ ท่านหูตากว้างขวาง คุณปิดท่านไม่ได้หรอก”    นายบอกกับผม   ผมรู้ว่าซักวันพ่อก็ต้องรู้เรื่องผมกับไอ้ไนท์อยู่ดี หรือถ้าไม่รู้ผมจะเป็นคนไปบอกกับพ่อเอง แต่ไม่คิดว่าพ่อจะรู้เรื่องเร็วขนาดนี้  ผมเป็นห่วงเรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ไม่อยากทำให้ไอ้ไนท์มันไม่สบายใจ ผมได้แต่เก็บเรื่องนี้เอาไว้คนเดียว ถ้าพ่อผมเหมือนกับพ่อแม่มันก็คงจะดีไม่น้อย  หลังจากที่คุยกับนายเสร็จผมก็เดินกลับที่พัก

“เป็นอะไรวะสีหน้าไม่ค่อยดี...?”   ไอ้ภูมิเข้ามานั่งเก้าอี้ข้าง ๆ ถามผมขึ้น

“ไม่มีอะไรขอบใจว่ะ” ผมหันไปบอกกับมัน

พอสี่โมงกว่าผมก็ไปหาไอ้ไนท์ที่บ้านนาย

“เสร็จยังวะ...? กลับกันเถอะ”  ผมบอกกับมันไป มันยิ้มให้พร้อมกับพยักหน้ารับ

“เหนื่อยมั้ยวะ..?”  ผมใช้มือปาดเหงื่อที่หน้ามันออกให้

“นิดหน่อย”  มันคลี่ยิ้มบอกกับผม ยิ่งผมเห็นมันยิ้มมากเท่าไหร่ ผมก็ปวดใจมากขึ้นเท่านั้น  ผมอยากเห็นมันยิ้มแบบนี้ไปนาน ๆ ไม่อยากเห็นมันเสียใจหรือทุกข์ใจ

“ป่ะ กลับกันเถอะ”  ว่าแล้วผมก็ฝืนยิ้มให้แล้วเข้าไปกอดคอพามันกลับที่พัก

พอตกหัวค่ำพวกผมลงมานั่งเล่นที่ลานกีฬา

“ไอ้ไนท์ ไอ้ไนท์นายเรียกให้ไปพบ”  เพื่อนทหารวิ่งเข้ามาบอกกับมัน มันหันมามองผมทำหน้างงสงสัย

“มีเรื่องอะไรเหรอวะ...?”  ผมถามมันไป

“นายคงจะสั่งงานกูเอาไว้พรุ่งนี้แหล่ะ”  มันบอกพร้อมกับลุกขึ้นจะไปบ้านนาย

“ให้กูไปส่งมั้ยวะ...?” 

“เฮ้ย ไม่ต้องเดี๋ยวกูมา”  มันบอกแล้วรีบจ้ำอ้าวไปที่บ้านนายทันที

ผมนั่งคุยกับพวกไอ้ออมไอ้ภูมิอยู่ได้ซักพักใหญ่ ๆ 

“ทำไมยังไม่มาอีกวะ...?”  ผมชะเง้อมองหาไอ้ไนท์ มันก็ไปตั้งนานป่านนี้ก็น่าจะกลับได้แล้ว

“มองหาไอ้ไนท์เหรอวะ...?”  ไอ้ออมมันถามผมขึ้น

“อืม ไปตั้งนานก็น่าจะกลับมาได้แล้วนี่หว่า”   ผมบอกกับไอ้ออมไป

“ไอ้อาร์มเกิดเรื่องใหญ่แล้วโว้ย”  ไอ้ตูนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกกับผม

“มีเรื่องอะไรวะ...?”  ผมกับไอ้ออมถามไอ้ตูนขึ้นเกือบพร้อมกัน

“เมื่อกี้กูเจอสิบเวรเขาบอกว่าตอนนี้ไอ้ไนท์ถูกขังอยู่ที่คุกโน่น รอการสอบสวนอยู่”   ไอ้ตูนบอกกับผมสีหน้าเครียด

“ชิบหายแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับไอ้ไนท์เนี่ย...?”  ไอ้ออมพูดขึ้นมาเบา ๆ  ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้นรีบวิ่งไปหาไอ้ไนท์ทันที ไอ้ออม ไอ้ภูมิ ไอ้ตูนก็วิ่งตามหลังผมมาเหมือนกัน พอมาถึง ผมเห็นมันนั่งคอตกพิงกำแพงอยู่ในคุก

“ไอ้ไนท์เกิดเรื่องอะไรขึ้นวะ...?”  ผมเกาะกรงขังถามกับมันไป  มันหันมามองแล้วลุกเดินมาหา พวกไอ้ออมก็มาถึงพอดี

“กูโดนสอบสวนวินัยร้ายแรงว่ะ”  ไอ้ไนท์หน้าเศร้าเสียงอ่อย ๆ บอกกับผม

“ห๊ะ...!! วินัยร้ายแรง”  ไอ้ออมตกใจถามมันไป ผมก็ตกใจอยู่เหมือนกัน

“กูออกไปข้างนอกโดยพลการ  ไม่พอนายยังคิดว่ากูพาใบหม่อนหนีอีก”  ไอ้ไนท์มันบอกกับพวกผม

“เฮ้ย มึงเนี่ยนะพาใบหม่อนหนี...?”  ไอ้ภูมิย้ำถามมันไป

“วันนี้ใบหม่อนบอกให้กูออกไปส่งข้างนอกเหมือนเดิม กูปฏิเสธไปแล้ว แต่เค้าก็บอกว่าอีกแค่ครั้งเดียว กูเลยจำใจไปส่ง แต่แล้วใบหม่อนก็ไม่กลับมากูนั่งรออยู่ในรถเกือบสามชั่วโมง”  ไอ้ไนท์มันบอก

“กูไม่คิดว่าใบหม่อนจะทำอย่างนี้เหมือนกัน”   ไอ้ไนท์มันก้มหน้าพูดขึ้นเบา ๆ

“มึงไม่ได้คิดอะไรกับใบหม่อนนี่หว่า ทำไมมึงถึงไม่ยอมบอกความจริงกับนายไป...?”  ผมถามมันไป

“ใบหม่อนเป็นผู้หญิงนะเว้ย หนีตามผู้ชายไปเป็นเรื่องเสียหาย ไม่พอนายต้องมาเสียชื่ออีก ใครรู้ขึ้นมาจะเอาไปนินทาได้ เรื่องใบหม่อนมีแฟนนายก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ”  มันบอกกับผม ถึงป่านนี้แล้วมันก็ยังห่วงใบหม่อนอีก

“สุดท้ายมึงก็โดนคนเดียวดิไอ้ไนท์”   ไอ้ภูมิมีสีหน้าเป็นห่วงบอกกับมัน

“ช่างแม่งเหอะ คงไม่ร้ายแรงอะไรหรอกมั้ง”  มันยังทำใจดีสู้เสือ

“ไม่ร้ายแรงห่าอะไรล่ะ โดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนดีไม่ดีขึ้นศาลทหารนะโว้ย นายไม่ปล่อยมึงไว้แน่”  ไอ้ตูนมันพูดขึ้น

“ไอ้ไนท์”  ผมเข้าไปจับมือมันเอาไว้แน่น

“มึงไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เรื่องคงไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด”  มันบอกกับผมเพราะคงกลัวว่าผมจะเป็นห่วง

“เฮ้ย... พวกมึงกลับไปกันได้แล้ว เดี๋ยวใครมาเจอเข้ากูจะซวยเอา”  สิบเวรที่เฝ้าไอ้ไนท์ตะโกนบอกกับพวกผม

“ไอ้ไนท์มึงทำใจดี ๆ เอาไว้นะ กูไม่ปล่อยมึงเป็นอะไรแน่”   ผมบีบมือมันเอาไว้แน่นบอกกับมันไป มันคลี่ยิ้มแล้วพยักหน้าให้

“ไอ้ไนท์แม่งซวยชิบหาย โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง”  ไอ้ภูมิมันเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเราเดินกลับที่พักกัน ผมได้แต่ครุ่นคิดว่าจะช่วยไอ้ไนท์มันยังไงดี

“ถ้าขึ้นศาลทหารมันอ่วมแน่ ใครจะช่วยมันได้”  ไอ้ออมพูดย้ำขึ้นมาอีกครั้ง  ตอนนี้ผมคิดจนหัวแทบระเบิดว่าจะทำยังไงถึงจะช่วยไอ้ไนท์มันได้

ผมนอนไม่หลับทั้งคืน คิดถึงแต่เรื่องมัน

“ผมจะทำยังไงดี...?” 



.............................................................

To be continue........................

.............................................................



กราบขอบพระคุุณที่กรุณาถามไถ่กันมา ที่ยังไม่ลืมช้อย  ช้อยกลับมาแล้วนะคะ

ต่อไปก็จะอัพนิยายเหมือนเดิม โปรดคอยติดตาม

ขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด บางท่านอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เรื่องแรก ๆ 

ดีใจมากเลยค่ะ และหวังว่าจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป

ขอบพระคุณจากใจค่ะ / กราบงาม ๆ


finland (ช้อย)



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}