AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 24 ดาบเกร็ดทิวา

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 ดาบเกร็ดทิวา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 858

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2561 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 ดาบเกร็ดทิวา
แบบอักษร

ตอนที่ 24 ดาบเกร็ดทิวา

**“หนูไผ่ เมื่อกี้อะไรน่ะ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้ากูฟาถึงได้ล้มลงไปแบบนั้น..” เมนเดอล่าถามด้วยความตื่นเต้นยากจะอธิบาย

“นี่ ๆ ๆ รู้อะไรมั๊ย ว่าข้าคาดไม่ถึงเลยนะว่ากิลด์เราจะมีวันนี้ได้ วันที่ได้เข้ารอบชิง แถมยังเป็นรอบชิงของกิลด์ระดับสูงเสียด้วย ฮ่าๆ ๆ กิลด์เรารอดพ้นจากการถูกยึดแล้วโว้ย” ทอร์ซพูดเสียงดังด้วยความตื่นเต้นดีใจ ส่วนเรย์ล่าเธอนั้นเก็บอาการอื่นเต้นไว้ไม่กล้าพูดออกมา เธอไปยืนพิงอยู่ตรงกำแพงเพื่อปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ --ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย--

ไผ่ยืนยิ้มๆ แล้วนั่งลงรอให้การแข่งประลองคู่ 2 กับ 3 จบ ส่วนกิลด์สุดท้ายที่ได้ไปฟรีๆ ก็คือกิลด์ของแบล๊ค ทั้งนี้การต่อสู้ของกิลด์ระดับสูงนั้นใช้เวลาที่ยืดเยื้อ พอจบการประลองของกิลด์ระดับสูง และได้ทีมแข่งรอบรองชนะเลิศก็ปาไปเกือบจะ 5 โมงเย็นเสียแล้ว

ดังนั้นแล้วการแข่งขันของมหากิลด์จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้นั้นจะเป็นการตัดสินจนหาผู้ชนะของรอบนี้ให้ได้ และผู้กล้าก็คงจะออกมาดูวันพรุ่งนี้สินะ (สรุปแล้วผู้กล้ามันมีบทบาทไหมฟร๊ะ)

2 คู่สุดท้ายออกมาแล้ว คู่แรกที่ได้ลงประลองก่อนคือแบล็ค กับชายร่างเล็กอีกคน

เมื่อการต่อสู้เริ่มพวกเขาก็พุ่งเข้าหากันแล้วใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อเผด็จศึกอีกฝ่าย เพียง 7 กระบวนท่าชายร่างเล็กก็พ่ายแพ้แบล็คไปในที่สุด ส่วนคู่ที่สองก็คือ ไผ่ กับชายร่างสูงของออีกกิลด์ ชายคนนั้นถือดาบยาวศอกครึ่งใบดาบโค้งเรียว เมื่อสัญญาณเริ่ม

ชายดาบโค้งไม่ประมาทเด็กตัวเล็ก เขาพุ่งมาแล้วใช้กระบวนท่าหนึ่งเพื่อใช้พละกำลังของการเหวี่ยงอาวุธตัดทอนกำลังของเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าให้ได้มากที่สุด

ไผ่ใช้ดาบเกล็ดทิวาตั้งรับ

เปรี้ยง!

เสียงปะทะครั้งแรกอันดังสนั่น ชายร่างสูงถึงกับกระเด็นกลับไปที่เดิม มือที่ถือดาบโค้งนั่นสั่นระริกและชาด้าน ใบหน้าแสดงออกถึงความตกใจอย่างที่สุด

“ปะ เป็นไปไม่ได้ที่เด็กอย่างเจ้าจะรับมือกระบวนท่านั้นได้” ชายคนนั้นพูดออกมาเบาๆ ไผ่น้อยก็ยิ้มธรรมดาไม่พูดอะไร

ชายร่างสูงยืนด้วยอาการสั่น การรับมือของเด็กน้อยจากกระบวนท่าของเขาที่เน้นการเหวี่ยงดาบอันทรงพลัง แม้แต่เผ่าคนยักษ์ยังต้องเซเมื่อเจอท่านี้ แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าเพียงแค่เหวี่ยงดาบรับแค่ครั้งเดียวการปะทะกันมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับโดนท่อนซุงขนาดใหญ่เหวี่ยงใส่ก็ไม่ปาน มือขวาที่ถือดาบถึงกับกระดูกลั่นไปถึงแขน แรงเด็กนั่นมันไม่ใช่แรงของมนุษย์ มันเป็นเผ่าอะไรกันแน่

ไม่ทันที่ชายร่างสูงจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ แรงเสียดอากาศพลันดังขึ้นหวีดหวิว ดาบโค้งยกตั้งรับกลางหน้าอกอย่างทันท่วงที

เปรี้ยง!!

เสียงดังปานฟ้าผ่าดังขึ้นอีกครั้ง เหล่าคนดูต่างเอามือปิดหูเพราะเสียงปะทะกันของดาบทั้ง 2 เล่ม สายลมกรรโชกจนคนดูข้างลานประลองกระเด็นไปมากกว่า 2 เมตร

ดาบเกล็ดทิวาปะทะกับดาบโค้ง ซึ่งเป็นอาวุธระดับ 2 ดาว ชายร่างสูงที่ยกดาบโค้งรับการโจมตีได้ทันกระเด็นไปมากกว่า 5 เมตร แขนทั้งสองข้างที่จับดาบปวดร้าวเพราะแรงมหาศาลนั่นจนไม่สามารถยกดาบขึ้นมาได้ แววตาของเด็กหนุ่มที่มองไปยังมันนั้นช่างเรียบเฉยเสียจริง เรียบเฉยจนเกินไป

ดาบเกล็ดทิวาชี้ลงไปที่พื้นลานประลอง พลังเวทสีดำคอยๆ ไหลเข้าไปในตราประทับระดับ 1 ดาวที่อยู่ตรงใบดาบ ใบหน้าของชายร่างสูงคู่ประลองพลันบิดเบี้ยวแสดงถึงความตกใจ มันไม่ได้ดูการประลองทีมของกิลด์โครบิลอสที่ใช้อาวุธที่มีตราประทับเหล่านี้สู้ และเชื่อว่าคนดูส่วนมากกำลังเข้ามาดูก็ตอนที่กิลด์ระดับกลางเริ่มลงแข่งเลยไม่รู้ความสามารถของดาบว่ามันทำแบบนี้ได้

เพื่อให้โดดเด่นในการโปรโมท ไผ่ค่อยๆ ชูปลายดาบขึ้นบนฟ้าแล้วพูดออกมาเสียงดังฟังชัดว่า

คมมีดสายลม!!

เมื่อสิ้นสุดคำพูดไผ่ฟันดาบไปที่ชายร่างสูง ใบดาบเกล็ดทิวาเรืองแสงสีดำเข้ม พลันก็ปลดปล่อยเสียงหวีดหวิวกรีดอากาศทำลายเวทีประลองเป็นเส้นยาวเรียบสนิท

ก่อนหน้านี้ชายร่างสูงไม่มีแรงพอที่จะยกดาบอีกแล้ว แต่ด้วยความตกใจและความกลัวสุดขีดเมื่อเห็นพื้นเวทีถูกกรีดเป็นทางยาว ตนจึงยกดาบมากันโดยสัญชาตญาณ

วืด!!

เสียงมีดสายลมตัดใบดาบของชายร่างสูงอย่างง่ายดาย และเป้าต่อไปคือร่างกายของชายร่างสูง เพียงแต่ว่า

เป๊าะ!!

เสียงดีดนิ้วมือของเด็กหนุ่มดังขึ้นพลันคมมีดสายลมก็สลายไป เหลือเพียงรอยเลือดตรงอกของชายร่างสูงนิดหน่อย

การดีดนิ้วก็คือการสลายเวท และต้องผ่านการฝึกการควบคุมระดับสูงให้ได้ก่อนถึงจะทำแบบนี้ได้

ชายร่างสูงถือดาบโค้งด้วยอาการตาค้าง มือปล่อยดาบกระทบพื้น เขาซ๊อก และฉี่รดกางเกงจนน้ำไหลอาบพื้น

ในเวลานี้ไม่มีใครส่งเสียงหัวเราะเยาะแม้แต่นิด เพราะภาพใบมีดสีดำที่กรีดพื้นเป็นทางยาวเมื่อกี้ยังติดตาอยู่ ความจริงแล้วชายร่างสูงควรจะขาดเป็นสองท่อนเสียด้วยซ้ำ

ชายร่างสูงเมื่อได้สติก็รีบวิ่งออกไปด้วยความกลัว และภาพมันคงค้างติดตาไปอีกนาน กรรมการจึงประกาศชัยชนะด้วยเสียงสั่นๆ

“บ้าน่า ดาบนั่นมันมีอานุภาพขนาดนี้เลยเหรอ ก่อนหน้านี้เหมือนเห็นพวกกิลด์หนึ่งใช้มันด้วยนี่ แต่ความรุนแรงมันแค่ตัดท่อนไม้เล็กๆ ได้เท่านั้นเอง หรือว่าอาวุธเวทนั่นจะมีอานุภาพมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับพลังเวทของผู้ใช้ ละ ละ แล้วพลังไอ้หนูนั่นมันมีแค่ไหนกัน ข้าน่าจะรู้ก่อนหน้านี้ ไม่น่าตะเพิดมันออกจากกิลด์ตอนมันสมัครเลย โธ่เว้ย” เสียงของชายร่างยักษ์คนหนึ่งพูดเสียงดังลั่น และแสดงกิริยาไม่พอใจอะไรบางอย่าง

เหล่าคนดูที่มาใหม่ต่างตกใจกับภาพที่เห็น ต่างวิจารณ์กันในรูปแบบที่ตนคิดว่าใช่ และเกิดข้อถกเถียงกันเรื่องอาวุธขึ้น

“เดี๋ยวก่อน ข้าว่าอย่าพึ่งมาใช้กำลังกันตอนนี้เลย ก่อนหน้านี้ไอ้เด็กนั่นมันประกาศว่าจะขายดาบเวทที่กิลด์มันสร้าง ซึ่งร้านจะเปิดหลังจากเสร็จสิ้นการแข่ง ข้าว่าไปซื้อที่นั่นแล้วพิสูจน์มันให้เห็นกับตาตนเองดีกว่า” เสียงชายร่างเล็กคนหนึ่งพูดแทรก และเป็นคนที่สามารถสงบศึกน้ำลายได้

“จริงเหรอ แล้วร้านอยู่ที่ไหน ข้าจะรีบไปซื้อ แพงเท่าไหร่ข้าก็ไม่สน ขอแค่มันมีอานุภาพแบบนั้นพอ” ชายอีกคนรีบพูดทันที

“อยู่ที่กิลด์โครบิลอส” เสียงเอ่ยสั้นๆ

“กิลด์โครบิลอส แล้วมันอยู่ที่ไหน++”

“อันนี้ข้าก็ไม่รู้ ไว้ค่อยไปตามหากันหลังจบงานแข่งเถอะ”

“ข้าก็ว่างั้น เห!!! เด็กนั่นผ่านเข้ารอบใช่ไหม งั้นมันก็ได้ประลองรอบชิงชนะเลิศของกิลด์ระดับสูงกับแบล๊คนะสิ ฮ่าๆ ๆ ข้าอยากจะเห็นช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้ว” ชายคนหนึ่งพูด และหลายๆ คนเริ่มนึกได้ ต่างก็พากันยิ้มแก้มปริและเตรียมพร้อมสำหรับส่งเสียงเชียร์ให้เด็กหนุ่มนั่น

เมื่อได้ชัยไผ่กำลังจะเดินไปพักผ่อน (หมายถึงไปนอนต่อ) แต่ก็ถูกกรรมการเรียกเช่นเคย คู่ต่อสู้รอบชิงเดินออกมาพร้อมกับพลังที่ฟื้นฟูเต็มเปี่ยม

แบล็คชายตามองไผ่ครู่หนึ่งแล้วยิ้ม

“เก่งเหมือนกันนี่ที่ผ่านมาถึงรอบชิงได้ แต่เมื่อเป็นคู่ต่อสู้ของฉัน ขอบอกว่าไม่มีออมมืออีกแล้วนะ เพราะฉันต้องรีบจบการแข่งจะได้ไปทำธุระต่อเสียที” แบล็คพูดแล้วชักดาบระดับสูงของเขาออกมาเตรียมพร้อม

ส่วนไผ่ก็จับดาบเกล็ดทิวาอย่างมั่นคงแล้วยืนนิ่งๆ

“คิดว่าดาบกระจกเปราะ ๆ นั่นจะต่อต้านดาบของฉันได้งั้นเหรอ แต่ก็เอาเหอะ” แบล็คพูดแล้วยืนรอกรรมการให้สัญญาณ

“ช่วยทำให้ผมตื่นเต้นกว่านี้หน่อยนะครับ” ไผ่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงธรรมดา

คณะกรรมการให้สัญญาณเริ่ม แบล็คก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เขาย่อตัวลงแล้วชี้ปลายดาบมายังไผ่

วิชาประจำตระกูล ร่ำวิหค กระบวนท่าที่ 1 กาจิกเหยื่อ

ปลายดาบพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วนับสิบครั้ง เป็นวิชาที่ยอดเยี่ยมเสียจริง

ไผ่ยิ้มขึ้นแล้วบิดด้ามดาบลงพื้น พลันมือก็ควงดาบเป็นวงรีปัดกระบวนท่าโจมตีของแบล็คได้อย่าหมดจด เสียงเคร้งๆ ๆ ปะทะกันนับสิบรอบในเสี้ยววิ ทำให้ผู้ชมต่างต้องกลืนน้ำลายด้วยความหวาดเสียวกันเลยทีเดียว

แบล็คเมื่อโดนตั้งรับกระบวนท่าแรกได้อย่างหมดจดก็สีหน้าก็ออกแววตกใจเล็กน้อย พร้อมกับมือที่เริ่มชาด้าน เด็กนั่นมีเรี่ยวแรงที่มหาศาลเหนือมนุษย์ หรือว่ามันจะเป็นเผ่ายักษ์ ไม่สิเผ่ายักษ์ไม่น่าจะตัวเล็กแบบนี้ แล้วมันเผ่าอะไร แวมไพรเหรอ ทำไมไม่มีเขี้ยว เผ่าเอลฟ์ หูมันก็ไม่ได้ยาวนี่ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นเสียงเอ่ยกระบวนท่าของไผ่ก็ได้เริ่มขึ้น

ท่าดาบพื้นฐาน กาล้วงไส้

ไผ่กระโดดแล้วฟันดาบไปยังศีรษะของแบล็ค ฝ่ายแบล็คก็ยกดาบขึ้นกัน แต่ว่าเมื่อปะทะกัน แบล็ครู้สึกว่าแรงที่เด็กนั่นเหวี่ยงดาบลงมันน้อยนิด แต่แล้วดาบที่ฟันลงมาก็เคลื่อนผ่านดาบของแบล็คอย่างรวดเร็ว

ฉั๊วะ!!

เลือดสีแดงฉานไหลออกมาจากบาดแผลตรงอกของแบล็ค การโจมตีของเด็กนั่น โดนเขาได้อย่างไร ทั้งๆ ที่สามารถรับได้แท้ๆ สิ่งนี้ได้แต่สร้างความสงสัยให้กับแบล็ก เลือดตรงอกไหลออกมาเป็นทางยาว แต่ชั่วเวลาอึดใจ เลือดของแบล็กก็ค่อยๆ หยุดไหลเพราะการฟื้นฟูของแบล็ค

แบล็คจับดาบของตนแน่นขึ้นแล้วพุ่งเข้าห้ำหั่นใช้กระบวนท่าดาบประจำตระกูลท่าต่างๆ ส่วนไผ่ก็ตั้งรับได้อย่างหมดจด แล้วสวนกลับได้ทุกครั้ง

แบล็คถอยหลังมาตั้งหลักแล้วมองด้วยสีหน้าหงุดหงิดที่วิชาดาบของตนไม่สามารถทำอะไรเด็กนั่นได้

“ข้าจะเอาจริงแล้วนะ ตายไปก็อย่าว่ากันล่ะ” แบล็คพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จิตสังหารพลันพุ่งกระจายเต็มพื้นที่ทำเอาคนดูที่อยู่ใกล้ๆ รีบถอยออกให้ห่างจากความอึดอัดน่ากลัวนั่น

“จัดมาสิครับ ผมก็จะเริ่มโชว์ความสามารถของอาวุธเล่มนี้แล้วเหมือนกัน” ไผ่พูดด้วยรอยยิ้มแล้วเรียกใช้งานเกราะเวท

แสงสีดำปกคลุมไปทั่วร่างไผ่สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าคนดูกันอย่างยิ่งยวด ฝ่ายแบล็คเองก็ดูตกใจเช่นกัน

--เด็กนี่มันใช้เวทประสานได้— แบล็คลอบตระหนกภายในใจ นี่มันไม่ใช่ความสามารถที่จะทำได้ง่ายๆ ขนาดตัวเขายังต้องฝึกฝนอย่างหนัก และใช้ยาเสริมหลายประเภท ต้องสูญเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่ แต่เด็กคนนี้กลับสามารถดึงพลังเวทมาคลุมร่างกายได้อย่างง่ายดาย มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุ20ปีคือการบรรลุนิติภาวะของพวกเขา)

แบล๊คเร่งเร้าพลังเวทจนถึงขีดสุดเพื่อตัดสินในการต่อสู้ครั้งนี้ทันที

วิชาดาบท่าลับ วิหคไร้ใจ

แบล็คหายไปจากครรลองสายตาของผู้ชมแล้วไปโผล่ด้านหลังของไผ่ ดาบที่อัดพลังเวทเต็มเปี่ยมฟาดเข้ากลางหลังอย่างจัง แต่เกราะเวทระดับ 5 ดาวที่ไผ่เรียกใช้นั้นมีอานุภาพสูงกว่า การโจมตีของแบล็กจึงถูกเกราะสะท้อนกลับ ล้มลงกลางเวทีด้วยอาการมึน งง

แบล็กลุกขึ้นแล้วใช้เวทประสานการต่อสู้ การฟาดฟันดาบของแบล็คกับไผ่นั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับผืนดินจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เวที ยกเว้นนานะที่ตื่นขึ้นเพราะแรงสั่นสะเทือนนั้น แล้วก็ลุกมายืนตะโกนส่งเสียงเชียร์ไผ่แจ้วๆ ผู้หวังดีกลัวว่าเด็กตัวเล็กจะเป็นอันตรายจึงเข้าไปพาออกมาข้างนอก แต่ไม่ทันที่จะได้จับตัวนานะ ลูกตบที่เหวี่ยงจากมืออันน้อยนิดของเธอก็ได้ทำให้คนๆ นั้นสลบทั้งยืนไปโดยปริยาย และก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธออีก

ไผ่กับแบล็คต่อสู้กันอย่างดุเดือด พลังเวทประสานของทั้งคู่ทำให้เวทีเกิดหลุมและติดไฟหลายจุด สลักเวทถูกใช้งานเมื่อสิ้นเวลาดีเลย์หลายครั้ง เหล่าผู้ชมที่ดูตอนนี้พวกเขาลุ้นกันแทบหยุดหายใจกับการประลองตรงหน้า พายุคลั่งที่ออกมาจากดาบใสเล่มนั้นอานุภาพมันไม่ได้ธรรมดาเลย ยิ่งใบดาบที่ใสดั่งกระจกแบบนั้นแม้ฟาดฟันกับอาวุธระดับสูงของแบล็คก็หาได้หักสะบั้นไม่ ดูดีๆ แล้วฝ่ายไล่ต้อนก็คือเด็กชายคนหนึ่ง

การโจมตีของแบล็คถือว่าสุดยอดในหมู่กิลด์ระดับสูง แต่การรับมือได้ทุกกระบวนท่าและสวนกลับทุกครั้งนั้นเป็นฝีมือที่เหนือกว่า วิชาแปลกประหลาดของเด็กนั่นถูกใช้ออกมา ท่าดาบที่พลิกแพลงได้อย่างหลากหลายและสวนกลับได้อย่างแม่นยำจนตอนนี้แบล็คอาบเลือดของตัวเองไปทั้งตัว เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ธรรมดา มันสามารถไล่ต้อนแบล็คได้อย่างหมดจด ขนาดที่ว่าวิชาลับทั้ง 3 ของแบล็คถูกใช้ออกมา วิชาที่อันตรายที่สุด และหาดูได้ยากที่สุด เด็กนั่นก็รับมือได้

แบล็คใช้วิชาสุดท้ายซึ่งเป็นท่าไม้ตายประจำตระกูลที่สืบทอดกันมา วิชาศักดิ์สิทธิ์ วิหคกลืนอสูร พลังเวทเฮือกสุดท้ายใช้เพื่อการนี้ ดาบของแบล็คเปล่งแสงสีแดงเจิดจ้า พลันพื้นเวทีก็เริ่มหลอมละลาย เสื้อผ้าของแบล็คถูกเผาไหม้ วิชานี้ต้องใช้เวลาร่ายเวทอยู่ช่วงหนึ่ง

ส่วนไผ่ก็ไม่ได้เข้าไปโจมตีใดๆ ดาบเกร็ดทิวาชูขึ้นด้านบน พลังเวทสีดำก่อเกิดลูกบอลขนาดใหญ่ และค่อยๆ ขยายขึ้น มันคือบอลเวทธรรมดาๆ

พอทั้งคู่ปลดปล่อยพลังเข้าปะทะกัน พื้นเวทีถึงกับถูกทำลาย ลมพายุไฟพัดกระหน่ำจนคนดูหลายคนโดนลูกหลงต้องส่งตัวเข้าไปรักษาอย่างเร่งด่วน

คณะกรรมการหนีไปอยู่ในห้องผนึกเวทตั้งแต่ตอนต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ห้องผนึกเวทก็ไม่อาจต้านทานพลังของทั้งคู่ได้ ผู้อาวุโสจึงใช้เวทบาเรียป้องกันไว้ได้บางส่วน

และเมื่อการปะทะครั้งสุดท้ายได้จบลง ฝุ่นควันเริ่มกระจายเผยให้เห็นเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่อย่างมั่นคงไร้ซึ่งบาดแผลและรอยไหม้ใดๆ ส่วนแบล็คนอนอยู่กับพื้นแน่นิ่งพร้อมกับรอยยิ้มอันภาคภูมิ นี่เป็นการเดิมพันแบบทุ่มสุดตัวของแบล็ค เขาจึงสลบไปโดยปริยาย คณะกรรมการก็รู้หน้าที่ประกาศให้กิลด์โครบิลอสได้รับชัยชนะครั้งนี้ไป ส่วนผู้ชมบางส่วนที่เหลืออยู่ก็ส่งเสียงเฮดังสนั่นด้วยการตะโกนอย่างสุดเสียง แม้หลายคนจะบาดเจ็บแต่ก็ยังคงรอยยิ้มและความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่

โครบิลอส โครบิลอส ถูกเชียร์เต็มสนาม และเหล่าผู้คนต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มประกาศบางอย่าง

“การประลองวันพรุ่งนี้ผมขอสละสิทธิ์ เพราะมันคือวันเปิดร้านของผม และอีกอย่างหนึ่งที่อยากประกาศตรงนี้ก็คือ การเปิดร้านในวันพรุ่งนี้ อาวุธทุกชิ้นในร้านยกเว้นดาบเกล็ดทิวาเล่มนี้ ทุกอย่างลดครึ่งราคา และสิ้นสุดตอนตะวันตกดิน (อาวุธมันมีแค่ไม่กี่ชิ้นเอง) ” เสียงของเด็กตัวน้อยประกาศทำเอาผู้ฟังถึงกับเงียบกริบ

“อะ อาวุธ โฮ้ว!!! ข้าจะไปซื้อวันพรุ่งนี้เลยโว้ย อยากจะได้อาวุธดีๆ มานานแล้ว ยิ่งมันลดครึ่งราคาอีก ใครไม่ไปก็โง่แล้ว” เสียงชายคนหนึ่งตะโกนลั่น แล้วก็เกิดเสียงเฮและเสียงพูดคุยถึงสถานที่ ชื่อกิลด์ และอะไรต่างๆ นานาตามมา

ไผ่เดินไปหานานาเธอก็กระโดดกอดแล้วไต่ขึ้นไปนั่งบนหลังของไผ่แล้วแย้วยิ้มร้องเพลงดีใจ

“พี่ชาย นานะว่าเรารีบกลับเถอะ นานะหิว และอยากนอนแล้วด้วย” เสียงอ้อนของนานะกับการทำท่าน่ารักน่าชังของเธอทำเอาผู้หญิงหลายๆ คนถึงกับเคลิ้มไปเกือบจะหลอมละลายลงกับพื้น

“อื้อ กลับกันเถอะ เดี๋ยวพี่ไปเอาอาวุธที่อยู่ในโซนพักก่อนนะ แล้วเราก็หาซื้ออะไรทานกันเนาะ” ไผ่ลูบผมนานะ เธอก็พยักหน้าหงึกๆ แล้วชูแขนสองข้างร้องเย้ แจ้วๆ

เมื่อไปเอาห่อผ้าที่มีอาวุธต่างๆ อยู่ในนั้นจากเรย์ล่าแล้ว ไผ่ก็ขอตัวกลับก่อน ส่วนพวกเรย์ล่าเธอคงอยู่เก็บงานต่อ

เรย์ล่าเดินมาแล้วจับไหล่ของไผ่พร้อมกับพูดด้วยความเป็นห่วง และโล่งใจว่า

“ดีแล้วค่ะ ที่ไผ่สละสิทธิ์ เพราะการแข่งขันกับมหากิลด์นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ อีกอย่างแม้เราจะชนะ แต่ด้วยระบบอำนาจของเรามีน้อยนิด ไม่สิไม่มีเลยต่างหาก ปัญหาใหญ่คงตามมาแน่นอนค่ะถ้าหากพวกมหากิลด์เกิดไม่พอใจขึ้นมา การกุเรื่องเพื่อล้มกิลด์ระดับเล็กของเราก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขอโทษด้วยนะคะไผ่ที่เรย์ล่าพูดแบบนี้” เรย์ล่าสบตาไผ่เพียงชั่ววูบหน้าเธอก็แดงผ่าว

รอยยิ้มไร้เดียงสา แววตาที่ไร้กังวลแถมยังส่งมอบความอบอุ่นให้อีก มันทำให้เรย์ล่าทำตัวไม่ถูก

“ผมก็คิดคล้ายๆ กับคุณเรย์ล่าแหละครับ เพราะสถานะของกิลด์เราในตอนนี้ อำนาจไม่เพียงพอที่จะทำอะไรพวกนั้นได้ เพราะถ้าทำจริงๆ เมืองทั้งเมืองคงหายไปเลยแหละมั้งครับ" ไผ่น้อยยังพูดทีเล่นทีจริงแบบยิ้มๆ

“ระ เรื่องนั้นมันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะคะ ไผ่ก็พูดเล่นไปได้” เรย์ล่าพูดยิ้มๆ และแอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน เพราะแววตาของไผ่ตอนพูดไม่ใช่แววตาของคนโป้ปด

“ผมก็พูดไปงั้นๆ แหละครับ เอาเป็นว่าผมขอตัวกลับก่อนนะครับ จะได้มีเวลาเตรียมร้านก่อนที่จะถึงวันพรุ่งนี้” ไผ่พูดขออนุญาตเรย์ล่าเธอก็ยิ้มแย้มแล้วบอกให้ไผ่พักผ่อนก่อน เจ้าตัวก็ตอบรับแล้วเดินออกไปจากโซน การเก็บงานหลังจากนี้เป็นเพียงการขนของแค่ไม่กี่อย่าง

และเหมือนจะลืมบุคคลหนึ่งคนไปเสียแล้ว คนที่ตอนนี้ตอนสาหัสไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย เบบับ

ไผ่เดินออกมาแล้วเลือกซื้อของกินสำเร็จรูป ซื้อแล้วก็กินจนเกลี้ยงไปเรื่อยๆ ผ่านมา 20 กว่าร้านแล้วไม่มีท่าทีว่าเจ้าไผ่กับนานะน้อยจะอิ่มกับของพวกนั้นเลย เงินก็หมดไปหลายสิบเหรียญเงิน ก็ยังจะแวะนั่งทานอาหารข้างทางต่อ

ไผ่กินไป 14 ชาม ส่วนนานะ 24 เจ้าของร้านที่ดูอยู่ถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว มือที่ถือทัพพีก็สั่นไม่หยุด

“ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ครับคุณเจ้าของร้าน” ไผ่กินเสร็จแล้วเรียกเก็บเงิน เจ้าของร้านเดินออกมาด้วยท่าทีที่ยังคงทึ่งอยู่

“ข้าคิดแค่ 9 เหรียญเงิน สำหรับมื้อนี้” เจ้าของร้านตอบ ไผ่ก็ยื่นให้ไป 9 เหรียญเงินแล้วเดินออกมาเพื่อกลับไปยังกิลด์

“อืม วันนี้รู้สึกว่าเราได้กินของอร่อยๆ เยอะแยะไปหมดเลยเนาะ นานนะ” ไผ่ถามนานะที่ยังนั่งบนไหล่กระดิกเท้าเป็นจังหวะอยู่อย่างนั้นด้วยความร่าเริงของเธอ

“ช่ายแล้วพี่ชาย อร่อยมากๆ ๆ เลย นานนะชอบ และก็อิ่มด้วยแหละ” นานะพูดแล้วก็ฮัมเพลงของเธอต่อไป รอยยิ้มของเด็กน้อยมันเป็นอะไรที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับไผ่ได้

เมื่อผ่านซอยต่างๆ ไปมากมาย ก่อนที่จะถึงกิลด์นั้นไผ่ก็สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่ง ที่ตอนนี้พวกเขาช่วยกันดึง....

....ดึงคนจำนวน 4-5 คนที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็ก อย่างทารุณ........

“เร็วๆ สิพวกแก ยืดเยื้ออยู่ได้ อยากโดนฟาดอีกหรือไงห๊ะ” ชายร่างยักษ์คนหนึ่งตะโกนด่ากลุ่มคนที่ถูกล่ามนั้น

พวกเขาไม่พูดจาใดๆ ตอบโต้ ได้แต่เดินไร้เรี่ยวแรงโดยไม่แม้แต่จะสนใจด้วยซ้ำ

“เงียบอย่างงั้นก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำลาย ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงร้านค้าทาสแล้ว เม็ดเงินใกล้เข้ามาแล้วโว้ย ฮ่าๆ ไม่เสียแรงที่ซื้อพวกแกมา” ชายร่างยักษ์ยังพูดต่อ แต่แล้วมันก็สบตากับไผ่น้อยพอดี

“หึ ไอ้หนู มาเดินอะไรดึกๆ ดื่นๆ แถวนี้ล่ะ จะไปไหนก็รีบไปซะ ข้าไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วยกับแก” ชายร่างยักษ์หันมาตะคอกใส่ไผ่ด้วยน้ำเสียงดุดัน

“ยังไปไม่ได้หรอกครับ พอดีผมเกิดสนใจอะไรขึ้นมาเสียแล้วสิ” เสียงเล็กๆ เรียบนิ่งไร้อารมณ์เอ่ยออกมาจากปากไผ่ มันทำให้คิ้วของชายร่างยักษ์กระตุก

.....................................................................**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น