BBGunz

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ร้อนรักยกที่ 1 เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ

ชื่อตอน : ร้อนรักยกที่ 1 เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ

คำค้น : เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2560 23:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร้อนรักยกที่ 1 เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ
แบบอักษร

ร้อนรักยกที่ 1 เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ


ผมชื่อริวครับ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหาร ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ บ้านเกิดผมอยู่ที่เชียงใหม่ พอมาเรียนที่กรุงเทพฯ ผมจึงต้องเช่าหอใกล้ๆ มหาวิทยาลัยอยู่ ผมอยู่หอคนเดียวครับ ช่วงแรกก็เหงาบ้าง จนได้รู้จักกับพี่ร่วมหอคนหนึ่งที่อยู่ชั้นเดียวกัน ผมเลยไม่เหงาอีกต่อไป

“ไอ้ริว มึงป้องกันป้อมไว้นะ” พี่ไผ่ พี่ข้างห้องที่ผมกำลังเอ่ยถึงตะโกนสั่ง ตอนนี้ผมกำลังนั่งเล่นเกมออนไลน์อยู่ที่ห้องพี่ไผ่ครับ เมื่อก่อนผมไม่เคยเล่นหรอก แต่พอพี่ไผ่ชวนเล่น ผมก็ลองดู จนกลายเป็นติดจนถึงทุกวันนี้...ไม่ใช่ติดเกมนะครับ ติดคนชวนเล่นต่างหาก

“สุดยอดเลยพี่ ฝ่ายนั้นแม่งโคตรอ่อนเลยว่ะ” ผมชมคนที่รัวนิ้วบนแป้นคีย์บอร์ดจนพาทีมชนะ พี่ไผ่หันมายักคิ้วให้ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งบนเตียงเพื่อเป็นการพักสายตาหลังจบเกม  

พี่ไผ่เป็นรุ่นพี่ปี 3 คณะวิศวะ เขาอยู่ห้องนี้คนเดียวเหมือนกันครับ แต่บางวันแฟนสาวเขาก็มานอนด้วย พี่ไผ่เป็นเด็กภาคอิสาน รูปร่างสูงใหญ่ สูง 180 กว่าๆ ขณะที่ผมสูง 165 เอง พี่ไผ่หน้าตาธรรมดา กรามชัดอย่างคนอิสานทั่วไป แต่จมูกโด่ง 

พี่ไผ่นั่งบนเตียงสักพักก็ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาแล้วถอดออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องเป็นมัดๆ อย่างคนชอบเล่นกีฬา ผมเห็นหุ่นพี่ไผ่แทบทุกวัน แต่ก็ยังไม่ชินสักที รู้สึกหวิวๆ บริเวณท้องน้อย แถมยิ่งมอง น้องชายผมที่นอนอยู่ในกางเกงก็ยิ่งตื่นตัว 

“มองตาไม่กระพริบเลยนะมึง” พี่ไผ่แซว เหมือนพี่ไผ่จะรู้ครับว่าผมเป็นเกย์ ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยบอกใครเลย การใช้ชีวิตผมก็เหมือนผู้ชายปกติทั่วไป ไม่แสดงออก คบเพื่อนผู้ชาย ไม่เคยมีแฟน หรือพี่ไผ่อาจจะเห็นว่าผมเป็นผู้ชายร่างบางผิวขาว เลยเดาไปว่าผมเป็นเกย์ก็ได้

“อะไรพี่ ใครมอง” ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“มึงไง มองตั้งแต่กูปลดกระดุมเสื้อแล้ว”

“ไม่ได้มองสักหน่อย” ผมยังปฏิเสธเสียงแข็ง                

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากมองก็มอง” คราวนี้พี่ไผ่ลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาผมที่กำลังทำเป็นเล่นนู่นเล่นนี่ในโน้ตบุ๊กของตัวเองที่แบกมาห้องพี่ไผ่ ซิกแพคแน่นเป็นลอนอยู่ในระดับสายตาผมพอดี ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ พี่ไผ่ตั้งใจยั่วผมอยู่หรอวะ                

“อะไรพี่” ผมถามเสียงสั่น เมื่อพี่ไผ่ยกมือขึ้นมาแตะไหล่ผม ตอนนี้อารมณ์ผมพลุ่งพล่าน น้องชายก็แข็งตัวจนคับกางเกงแล้ว                

“ก็เห็นว่าอยากมอง เลยเดินมาให้มอง หรืออยากจับด้วย”                

“บ้า ใครจะจับ ของผมก็มี” ผมพูดไปงั้น ทั้งๆ ที่อยากจะยกมือลูบตั้งแต่ช่วงหน้าอกลงมาใต้สะดือด้วยซ้ำ                

“ฮ่าๆ กูล้อเล่น ร้อนว่ะ เดี๋ยวกูไปอาบน้ำก่อน” พี่ไผ่หัวเราะร่า                

“เออ รีบไปเลย โคตรเหม็นเหงื่อ”                

“เหม็นจริงหรอวะ มึงดมใหม่ดิ” พูดจบ พี่แกก็ดึกหัวผมให้มาซุกกับแผงซิกแพคแน่นๆ ของแก ทำให้ผมได้สูดกลิ่นเหงื่อพี่ไผ่เต็มๆ แก่นกายที่แข็งอยู่ในกางเกงมานานก็แข็งมากกว่าเดิมอีกจนผมปวดไปหมด                

“ไอ้พี่ไผ่ ปล่อย โรคจิต” ผมแกล้งโวยวาย ทั้งที่ใจจริงอยากจะเอาหน้าแนบกับซิกแพคและสูดดมเหงื่อพี่ไผ่อย่างนี้ไปนานๆ                

“กูรู้ว่ามึงโรคจิตกว่ากูอีก”                

“ผมอยู่เฉยๆ พี่นั่นแหละ โรคจิต”                

“หึๆๆ” พี่ไผ่หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป                

จริงอย่างที่พี่ไผ่พูดครับ ภายนอกผมดูเหมือนคนปกติทั่วไป แต่จริงๆ แล้วผมเป็นพวกโรคจิตครับ โรคจิตกับเรื่องเซ็กซ์ แต่ไม่ถึงขั้นวิตถารนะครับ แค่เป็นคนเซ็กส์จัดเฉยๆ แต่เพราะผมไม่มีแฟนและยังไม่เคยมีอะไรกับใคร ผมเลยต้องปลดปล่อยมากหน่อยเวลาอยู่คนเดียว                

“พี่ไผ่ ผมกลับห้องก่อนนะพี่” ผมปิดโน้ตบุ๊กตัวเองแล้วตะโกนบอกพี่ไผ่ที่อยู่ในห้องน้ำ

“กลับไปว่าวหรอ”                 

“ไอ้บ้า” ผมตะโกนด่ากลับไป แล้วเปิดประตูห้องเดินออกไปทันที แม่ง พี่ไผ่รู้ได้ไงวะ                

พอกลับมาถึงห้อง ผมก็เปิดโน้ตบุ๊กอีกครั้ง แล้วเข้าไปดูเฟซบุ๊กเพื่อนสนิทของผม มันชื่อมาร์ค เป็นลูกครึ่งลาตินอเมริกา หน้าคม หุ่นโคตรดีที่สำคัญมันชอบถ่ายรูปโชว์หุ่นตัวเองลงเฟซบุ๊กอยู่เป็นประจำ และนี่แหละครับ คือเหตุผลที่ผมต้องเปิดเฟซบุ๊กมันขึ้นมาพร้อมกับค่อยๆ เอามือลูบแก่นกายของตัวเองที่แข็งรอมานาน                

ผมปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก แล้วใช้มือลูบไล้ไปทั่วตัว ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้อีกข้างบี้หัวนมตัวเอง พลางมองรูปล่าสุดของไอ้มาร์คที่ใส่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียว เป้ากางเกงนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดแถมไรขนสีดำเข้มก็ขึ้นมาจนถึงสะดือ ผมอดจินตนาการถึงแก่นกายที่ซ่อนอยู่ในกางเกงว่าน้ำนั้นไม่ได้ อยากรู้ว่าลูกครึ่งลาตินจะใหญ่ขนาดไหน แล้วถ้าแท่งเอ็นนั้นได้เข้ามาอยู่ในปากผมล่ะ...ซี๊ด ไอ้มาร์ค                

ระหว่างที่ผมกำลังรูดแก่นกายของตัวเองเล่น ผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างโน้ตบุ๊กแล้วรีบกดโทรหาเจ้าของรูปภาพที่ผมกำลังใช้ในการจินตนาการช่วยตัวเองอยู่

“ว่าไง ไอ้ริว” ไอ้มาร์ครับสาย เสียงของมันกระตุ้นความอยากของผมมากกว่าเดิม                

“มึงทำอะไรอยู่วะ”                

“นอนเล่น มึงล่ะ”                

“ทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย” ผมตอบไอ้มาร์ค พลางเลื่อนไปดูรูปอื่นของมัน รูปเหล่านี้ผมดูมาหมดแล้ว แต่ผมก็ไม่เคยเบื่อ รูปที่มันถอดเสื้อ ใส่กางเกงยีนส์ แล้วแลบลิ้นทำหน้าทะเล้น ทำผมอดจินตนาการไม่ได้ว่ามันกำลังเลียหัวนมผมอยู่ ซี๊ด...อ๊า กูโคตรเสียวเลยว่ะ ไอ้มาร์ค                

“แล้วมีอะไรหรือเปล่า”                

“ปะ...เปล่า” ผมหลับตา แล้วคิดว่าตัวเองกำลังใช้ลิ้นเลียซิกแพคเพื่อนสนิทตัวเอง แล้วลากลิ้นลงมาเรื่อยๆ จนถึงท่อนเอ็นที่แข็งตัวอยู่ในกางเกง                

“อ้าว ไอ้นี่ แล้วโทรมาหากูทำไมวะ”                

“มึงไปว่ายน้ำมาหรอ เห็นรูปในเฟซ” ผมพยายามชวนมันคุย เพื่อให้ได้ยินเสียงมันไปจินตนาการ

“เออ สาวๆ โคตรเยอะอ่ะมึง”                

“ไม่ชวนกูเลย”                

“อ้าว นึกว่ามึงเล่นเกมกับพี่ที่หอมึงอยู่”                

“เล่นเสร็จแล้ว” และตอนนี้กูก็จะเสร็จแล้วเหมือนกัน                

“เออ แล้วเย็นนี้กินข้าวไหน กินด้วยกันป่ะ”                

“ได้ๆ ซี๊ด...ไอ้มาร์ค” ผมเผลอหลุดเสียงครางออกมา เมื่อนึกถึงแก่นกายอันมหึมาได้เข้ามาอยู่ในปากของผม ไอ้มาร์คจับหน้าผมไว้ก่อนที่มันจะกระแทกแท่งเอ็นเข้ามารัวๆ                

“เป็นไรวะ”                

“เปล่า มึง...เรียกชื่อกูหน่อย” ผมเร่งสาวมือตัวเองกับแก่นกาย ผมอยากได้ยินเสียงมันครางชื่อผม อ๊า...ไอ้มาร์ค กูเสียว ครางชื่อกูหน่อย                

“ทำไมวะ”                

“เรียกชื่อกู”                

“ไอ้ริว” ในที่สุดมันก็ยอมเรียกชื่อผม แม่ง ไม่ไหวแล้ว                

“มาร์ค ไอ้มาร์ค” ผมเรียกชื่อมัน แล้วรีบเก็บเสียงตัวเอง ก่อนจะกระตุกตัวแล้วปล่อยน้ำรักสีขาวให้พุ่งออกมาจนเลอะหน้าจอโน้ตบุ๊ก สุดยอดเลยว่ะไอ้มาร์ค มึงทำกูฟินสุดๆ                

“ไอ้ริว มึงเป็นอะไรวะ”                

“ไม่มีไร”                

“จริงหรอ” ไอ้มาร์คถามย้ำ                

“เออ แค่นี้ก่อนนะ กูง่วง ตอนเย็นเจอกัน”                

“โอเค เดี๋ยวกูโทรหา” ผมวางสายมันแล้วรีบหยิบทิชชูมาทำความสะอาดแก่นกายตัวเองและหน้าจอโน้ตบุ๊กที่เลอะไปด้วยน้ำสีขาวขุ่น                

ผมต้องทำยังไง จินตนาการของตัวเองถึงจะเป็นจริงวะ

ความคิดเห็น