รีวิวรัก 💕✍️

  

รี วิ ว รั ก

#เก๋ายกก๊วนชวนเที่ยวไทย #Amazingไทยเท่ #ททท 

 

 #

 

 

14 มิถุนายน 2561

21 นาฬิกา 12 นาที

 

ตือดึ้ง!

 

เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนสีอ่อนบนโต๊ะทำงานดังขึ้น ทำให้หญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำที่กำลังนั่งเช็ดผมอยู่บนปลายเตียงนอนต้องลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ที่กำลังแผดเสียงไม่หยุดหย่อน

 

Phaph: พู่กัน พรุ่งนี้เธอจะไปเที่ยวใช่ไหม?

Phaph: ถ้าจำไม่ผิด เธอจะมาโคราชหรือเปล่า?

 

เมื่อหญิงสาวเห็นชื่อที่ขึ้นมาบนหน้าจอก็ถึงกับยิ้มกว้าง เพราะเขาคือ ภาพ ชายหนุ่มที่เธอรู้จักผ่านแชตมาเป็นเวลา 1 ปีเต็ม แต่ก็แปลก ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยเจอกันมาก่อน เธอกลับรู้สึกดีที่ได้คุยกับเขาในทุกๆ วัน และจุดเริ่มต้นของพวกเขาก็มาจากภาพถ่ายภาพหนึ่งที่ภาพเป็นคนถ่าย 

 

 

Phukan: ใช่ มีสถานที่แนะนำไหมคะคุณเจ้าถิ่น

Phaph: โถ่ เราดีใจนะที่พู่จะมาที่นี่ แต่ดันมาวันที่เราไม่ว่างเนี่ยนะ

Phapth: ยังไงก็ลองไปลอดประตูชุมพลสิ ลอด 3 ครั้งจะได้แฟนเป็นคนโคราชเลยนะ เช่นเราอะ

Phukan: งั้นไม่เอาดีกว่า

 

ริมฝีปากบางยกขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เพียงเพราะบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ พวกเขาไม่ได้คุยกันแบบหวือหวาหรือจีบกันหวานน้ำตาลหยด แต่เลือกที่จะเรียนรู้นิสัยของอีกคนไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน

หญิงสาววางสมาร์ตโฟนสีอ่อนลงบนที่นอนก่อนจะลุกไปเป่าผมให้แห้งสนิทเสียที ถึงเวลานี้จะไม่ใช่เวลานอนปกติของเธอ แต่ในวันพรุ่งนี้เธอต้องออกเดินทางแต่เช้าตรู่ คงเป็นไปไม่ได้ถ้าหากเธอจะนอนตอนตี 2 แล้วสามารถลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวในช่วงเช้ามืด

อีกด้านหนึ่งบนเตียงนุ่มมีชายหนุ่มที่กำลังนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ มือทั้งสองข้างจับสมาร์ตโฟนสีเข้มไว้แน่น เปิดแชตการสนทนาระหว่างเขาและหญิงสาวคนหนึ่งค้างไว้ รอให้อีกฝ่ายตอบอย่างใจจดใจจ่อ จนเวลาผ่านไปพักใหญ่ก็ไม่มีการตอบกลับของหญิงสาว ชายหนุ่มแอบเสียใจที่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับมา แต่ก็เข้าใจว่าหญิงสาวคงนอนหลับไปเสียแล้ว มือหนาจึงยกโทรศัพท์ขึ้นพิมพ์บอกลาส่งท้ายบทสนทนาในคืนนี้

 

Phaph: ฝันดีนะพู่กัน

Phaph: พรุ่งนี้เดินทางปลอดภัยนะ

 

 

15 มิถุนายน 2561

6 นาฬิกา

สถานีขนส่งหมอชิต

หญิงสาวร่างบางลงจากแท็กซี่พร้อมกับลากกระเป๋าลากขนาดกลางเข้าสู่ภายในสถานีด้วยความกระฉับกระเฉง ก่อนอื่นเธอต้องหาเคาน์เตอร์ของบริษัททัวร์ที่ได้จองไว้ และแสดงหลักฐานการจองเพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกตั๋วโดยสารให้แก่เธอ เมื่อได้ตั๋วโดยสารแล้วหญิงสาวก็นำกระเป๋าไปให้พนักงานเก็บไว้ที่ใต้ท้องรถ หญิงสาวก้มดูนาฬิกาข้อมือก็พบว่ายังพอมีเวลาให้เธอไปซื้อขนมจีบซาลาเปารองท้องเสียหน่อย ไม่งั้นคงหิวแย่

รถทัวร์เคลื่อนที่ออกอย่างช้าๆ หญิงสาวนั่งมองออกไปยังนอกกระจกใส เมื่อนึกถึงปลายทางที่ตัวเองกำลังจะไปก็ทำให้นึกถึงช่างภาพหนุ่มชาวโคราชคนนั้น พวกเขารู้จักกันได้อย่างไรกันนะ หญิงสาวคิดย้อนไปถึงอดีต

เมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว เธอไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอที่จังหวัดนครราชสีมา และแน่นอนว่าเมื่อเธอไปถึงสิ่งแรกที่จะทำคือไปกราบไหว้อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีหรือที่รู้จักกันในนามของ ย่าโม และขณะที่เธอกำลังชื่นชมประติมากรรมที่สวยงามซึ่งเป็นที่ยกย่องของชาวโคราชอยู่นั้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีช่างภาพเจ้าของเพจชื่อดังกำลังถ่ายภาพของเธออยู่ กว่าจะรู้ตัว ภาพภาพนั้นก็ถูกแชร์ลงไปบนเพจเสียแล้ว

หญิงสาวไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเขินอายอะไรเพราะในภาพเป็นมุมที่เห็นเพียงด้านหลังของเธอเท่านั้น ในทางกลับกันเธออยากจะขอนำภาพมาลงบนปกเฟซบุ๊กของตัวเองด้วยซ้ำ และความต้องการในวันนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาได้ทำความรู้จักกัน

อา...จะว่าแล้วก็คงต้องทักเขาไปหน่อยล่ะ

 

Phukan: ตื่นได้แล้ว เราถึงโคราชแล้วนะ

Phaph: จริงดิ! ถึงแล้วเหรอยังไม่ได้อาบน้ำเลย

Phukan: กำลังจะลงที่เดอะมอลล์ แล้ว

Phukan: แต่ภาพจะตกใจทำไม วันนี้ไปทำธุระที่ขอนแก่นหนิ

 

หญิงสาวยิ้มขำเพราะดูเหมือนเพื่อนของเธออาจจะเบลอ พิมพ์ตอบอย่างกับว่าจะมารับอย่างงั้นแหละ เธอละความสนใจจากสมาร์ตโฟนสีอ่อนแล้วมองไปตามทาง รถค่อยๆ แล่นช้าลงจนกระทั่งจอดสนิทเมื่อถึงจุดที่ผู้โดยสารจะลง เธอสะพายกระเป๋าใบเล็กลงจากรถและรอรับกระเป๋าลากจากพนักงาน ก่อนจะเดินทางต่อด้วยรถโดยสารสาธารณะไปยังโรงแรมใจกลางเมืองที่เธอจองไว้

ถึงสักที เหนื่อยจัง...

หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า เปลือกตาหนักอึ้งทำท่าจะปิดลงมาเสียให้ได้ และในที่สุดหญิงสาวก็ไม่อาจฝืนมัน เธอค่อยๆ ปิดตาลงแล้วเข้าสู่ห่วงนิทราแต่ทว่า...

 

ตือดึ้ง! ตือดึ้ง! ตือดึ้ง!

 

เสียงแชตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอ หญิงสาวฝืนลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งพยายามควานหาสมาร์ตโฟนเจ้าปัญหาที่กำลังรบกวนเวลานอนอันแสนสุขของเธอ

 

ครืด ครืด

 

หญิงสาวที่อยู่ในสภาพงัวเงียถึงกับขมวดคิ้ว ได้แต่สงสัยว่าอีกฝ่ายที่ติดต่อเธอมานั้นเป็นใคร ทำไมต้องรีบร้อนให้เธอตอบจนต้องโทร.เข้ามาเลยงั้นหรือ? แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเมื่อโทรศัพท์สั่นจนเกิดเสียงตลอดเวลาทำให้เธอหามันได้ง่ายขึ้น

เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ถึงกับผงะ เนื่องจากสายที่โทร.เข้ามาเป็นหนุ่มช่างภาพเพื่อนในแชตของเธอนั่นเอง พู่กันกำลังใจเต้นตึกตัก ได้แต่คิดว่าเหตุใดเขาถึงโทร.หาเธอ

“สวัสดี” เธอกดรับแล้วพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูนิ่งที่สุด แต่ในใจกลับตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

 

(ฮัลโหลพู่ นี่ภาพเองนะ) เสียงนุ่มทุ้มตอบกลับมาด้วยความดีใจ

“รู้แล้วน่า ภาพมีอะไรรึป่าว”

(เอ่อ...พอดีเราจะถามพู่ว่าวันนี้พู่ว่างหรือเปล่า)

“ที่จริงเราอยากลงไปเที่ยวแถวๆ นี้เหมือนกันนะ จะได้หาข้อมูลมาเขียนงานด้วยอะ แต่ก็ขี้เกียจ”

(อ้าวซะงั้น พู่รีบทำงานหรือเปล่าล่ะ)

“ก็ไม่นะ ทำไมเหรอ?

(เราอยากถามพู่ว่า พู่สนใจจะไปขอนแก่นกับเราป่ะ)

“หืม” หญิงสาวส่งเสียงตอบไปอย่างฉงน

(เราจะไปถ่ายภาพงาน เทศกาลอาหารทะเลขอนแก่น เลยอยากชวนพู่ไปด้วย ไม่ค้างคืนนะกลับค่ำๆ สนใจไปกับเราไหม?)

“ที่จริงมันก็ได้อยู่หรอก”

(งั้นไปนะ เราจะไปรับที่โรงแรม)

“อา...โอเค เจอกัน”

(เจอกัน! บ๊ายบาย)

 

 

11 นาฬิกา 30 นาที

หญิงสาวร่างบางในชุดลำลองสบายๆ พร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดและกระเป๋าผ้าสีฟ้าน้ำทะเล การแต่งกายที่ดูทะมัดทะแมงเหมาะสำหรับการออกไปเที่ยว เธอกำลังนั่งรอชายหนุ่มที่ไม่เคยพบกันมาก่อนบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม

ฉันไปเที่ยวกับคนแปลกหน้าง่ายไปไหมนะ

แต่เราก็คุยกันมาตั้ง 1 ปีแล้วนะ คงไม่เป็นไรหรอก

หญิงสาวคิดพลางมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ เธอได้นัดแนะเวลากับชายหนุ่มไว้แล้ว และคาดว่าอีกไม่นานเขาจะต้องมาถึงแน่ และมันก็เป็นอย่างที่เธอคิด

 

ครืด ครืด

 

สมาร์ตโฟนสีอ่อนในกระเป๋าผ้าสั่นจนเกิดเสียง หญิงสาวเจ้าของสมาร์ตโฟนหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าผู้ที่โทรเข้ามาเป็นชายหนุ่มที่เธอกำลังรออยู่ก็รีบกดรับสายทันที

“ฮัลโหล ภาพถึงยังอะ”

(ถึงแล้วๆ พู่อยู่ตรงไหนเหรอ?)

“เราอยู่ที่ล็อบบี้ ให้เดินไปขึ้นรถเลยป่ะ”

หญิงสาวพูดพลางลุกขึ้นจากโซฟาขาทั้งสองข้างกำลังจะก้าวออกจากบริเวณล็อบบี้ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก

(ไม่ต้องๆ เราก็อยู่ที่ล็อบบี้เหมือนกัน)

ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาที่ล็อบบี้โรงแรมพยายามมองหาหญิงสาวที่กำลังถือโทรศัพท์แนบหู และสายตาเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิงร่างบางที่ใส่เสื้อคอกลมสีกรมท่ากางเกงยีนส์สั้นสีขาว แถมสะพายกระเป๋าผ้าสีฟ้าน้ำทะเล มือข้างหนึ่งยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูอย่างที่เขาคิดเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจมากว่าผู้หญิงคนนี้คือ พู่กัน

“พู่กัน!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังสบตาของเขา เธอลดมือลง กดปุ่มวางสายแล้วหันมามองผู้ชายที่วิ่งเข้ามาหา

“หวัดดีพู่กัน” เมื่อชายหนุ่มวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้า เขาก็เอ่ยคำทักทายอย่างเป็นกันเอง

“อะ...เอ่อ สวัสดีภาพ” หญิงสาวทักทายด้วยท่าทีตื่นเต้นจนเกร็งไปหมด เธอไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้แม้กระทั่งจะทำตัวแบบไหน มันยากจัง

“ปะ ไปที่รถกัน เดี๋ยววันนี้พี่ภาพจะพาเที่ยวเองครับผม”

โชคดีที่ภาพเป็นผู้ชายที่ไม่วางท่า เข้าถึงง่าย และพูดจาดี ทำให้เธอค่อยๆ ปรับตัวเพื่อที่จะพูดคุยกับเขาได้อย่างสนิทสนม เหมือนกับในแชต...

“พู่กินข้าวเที่ยงหรือยัง พอดีภาพยังไม่ได้กินอะไรเลย เราไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยเดินทางได้ไหม?

“ได้สิ เราก็ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย ช่วยพาไปร้านเด็ดๆ เลยค่า”

ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนานระหว่างเดินมาที่รถของภาพ และเมื่อมาถึงภาพก็รีบเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้พู่กันเข้าไปนั่งก่อน และตัวเองก็เดินอ้อมหน้ารถไปเปิดประตูฝั่งคนขับ

รถเก๋งคันสีดำสนิทแล่นออกจากโรงแรมอย่างไม่รีบร้อน ชายหนุ่มพาเธอมาทานอาหารร้านดังของจังหวัดนครราชสีมา นั่นคือร้าน ปิยะราดหน้า ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่กว่า 19 ปี ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบจอดรถในบริเวณใกล้เคียงบรรยากาศระหว่างภาพและพู่กันไม่มีความอึดอัดต่อกันอีกแล้ว ดูเหมือนว่าระยะเวลา 1 ปีที่พวกเขารู้จักกันผ่านหน้าจอโทรศัพท์จะทำให้ทั้งสองเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด

 

ภาพและพู่กันเริ่มออกเดินทางในช่วงเที่ยงวัน เข้าสู่ถนนมิตรภาพระหว่างทางพู่กันใช้โอกาสนี้ในการสัมภาษณ์หนุ่มโคราชเพื่อจะนำข้อมูลไปเขียนบล็อกท่องเที่ยวของเธอ

“ภาพ ถนนเส้นนี้คือทางไปปราสาทหินพิมายกับทุ่งสัมฤทธิ์ป่ะ?” หญิงสาวที่กำลังหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในกูเกิลแมปถามขึ้น

“ใช่ เส้นนี้สามารถใช้เดินทางไปยังปราสาทหินพิมายกับทุ่งสัมฤทธิ์ได้ แต่ตอนนี้เรากำลังจะไปขอนแก่นจึงผ่านแค่ทุ่งสัมฤทธิ์น่ะ”

“งั้นภาพแวะไปที่ทุ่งสัมฤทธิ์ก่อนได้ไหม?” หญิงสาวทำท่าทีขอร้องให้ชายหนุ่มยอมพาเธอไปที่ทุ่งสัมฤทธิ์ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ เนื่องจากเธออยากเขียนรีวิวสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เหลือเกิน แต่หากมาวันหลังเธออาจจะเดินทางลำบากขึ้นเพราะเธอไม่มีรถยนต์น่ะสิ

“ได้สิ เราไม่รีบอยู่แล้ว” ภาพยอมตกลงอย่างง่ายดาย เพราะเขาก็อยากจะช่วยหญิงสาวผู้นี้อยู่แล้ว

 

 

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์

 

#

 

รถของภาพแล่นเข้ามาภายในบริเวณลานจอดรถกว้างของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่โล่งกว้างและเป็นสนามรบระหว่างชาวนครราชสีมากับทหารเวียงจันทน์

สิ่งแรกที่มองเห็นคือ ประติมากรรมที่เรียกว่าเป็นอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ เพื่อจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นไว้บนแท่นสูงมีบันไดขึ้นไปได้ 4 ทิศ ทางด้านขวามีศาลที่ชาวบ้านทุ่งสัมฤทธิ์ได้ร่วมกันสร้างศาลนั่นคือศาลสถิตย์ดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือและวีรชน พร้อมทั้งมีกระถางธูป เชิงเทียน สำหรับไว้สักการะบูชา

 

#

 

 

ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อปี พ.ศ.2369 เจ้าเมืองนครราชสีมาและพระยาปลัดเมืองไปราชการที่เมืองขุขันธ์ คุณหญิงโม ภรรยาของพระยาปลัดเมืองจึงเป็นผู้ดูแลเมืองนครราชสีมาแทน เมื่อเจ้าอนุวงศ์ผู้ครองนครเวียงจันทน์ทราบว่าเจ้าเมืองไม่อยู่ จึงวางแผนลอบเข้าเมือง เมื่อเดินทางมาถึงจึงสั่งการให้เพี้ยรามพิชัยยึดอาวุธและจับทุกคนไปเป็นเชลย

เมื่อทหารเวียงจันทน์และชาวนครราชสีมาที่ถูกจับเดินทางมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์ ในคืนนั้นคุณหญิงโมสั่งให้นางสาวบุญเหลือนำอาหารและสุราจัดเลี้ยงทหารเวียงจันทน์ เมื่อทหารเวียงจันทน์เมาไม่ได้สติ คุณหญิงโมจึงยิงปืนให้สัญญาณออกรบ ชาวนครราชสีมาจึงหยิบอาวุธเข้าสู้กับทหารเวียงจันทน์

ด้านนางสาวบุญเหลือที่อยู่กับเพี้ยรามพิชัยก็รีบชักดาบหวังปลิดชีพ แต่เพี้ยรามพิชัยรู้สึกตัวได้ทัน นางสาวบุญเหลือจึงหยิบคบเพลิงไปจุดเกวียนกระสุนดินดำจนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ส่วนคุณหญิงโมและชาวนครราชสีมาก็ต่อสู้จนได้รับชัยชนะ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี

อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษาประวัติศาสตร์อันกล้าหาญของย่าโม และยังมีอาวุธที่ชาวนครราชสีมาใช้ต่อสู้กับทหารเวียงจันทน์ให้รับชมอีกด้วย

หญิงสาวรู้สึกปลาบปลื้มเมื่อได้ฟังวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์จากปากของชาวหนุ่มชาวโคราช หรือจะเรียกว่าเป็นลูกหลานย่าโมก็ว่าได้ เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เธอได้ฟังก็ทำให้รู้ว่า สตรีมิได้อ่อนแอเสมอไป

“ขอบคุณที่พาเรามานะ เราได้ความรู้ไปเขียนเยอะเลยล่ะ”

“เราเต็มใจช่วยอยู่แล้ว แต่พู่ก็ต้องช่วยเราที่งานเทศกาลอาหารทะเลนะ”

“ได้เลย!

หญิงสาวยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนและชายหนุ่มก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เธอรู้สึกขอบคุณภาพที่ยอมสละเวลาเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำเหล่านี้ และเธอยังมีไอเดียมากมายในการเขียนงานของเธอต่อไป

พวกเขาเริ่มออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่น ตอนนี้ที่นั่นมีงานเทศกาลอาหารทะเลขอนแก่น ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 15-17 มิถุนายน 2561 สถานที่จัดงานคือลานข้าวเหนียว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น ช่วงเวลา 13 นาฬิกาจะเริ่มจำหน่ายอาหารสด และเวลา 16 นาฬิกาจะจำหน่ายอาหารพร้อมทานจนถึงเวลา 22 นาฬิกา

“พู่รู้เปล่า ว่างานที่เรากำลังจะไปมีอาหารที่เป็นเมนูของหมอตั้ม จากรายการ MasterChef Thailand ด้วยนะ”

“หมอตั้มมาทำอาหารให้ดูเลยเหรอ?

“ใช่! แต่ไม่ใช่แค่ดูนะ พู่จะได้ชิมด้วยแหละ”

ระยะทางที่ยาวไกลแต่เมื่อภาพมีเพื่อนร่วมทางที่น่ารักแถมยังคุยสนุกอย่างพู่กันก็สามารทำให้ระยะทางมันใกล้ลงได้ พู่กันเป็นหญิงสาวที่มีความขี้สงสัย และเมื่อเธอสงสัยเธอก็จะเริ่มถามคำถามต่างๆ นานา ทำให้ภาพรู้สึกเอ็นดูพู่กัน และไม่เคยรู้สึกเบื่อที่จะตอบคำถามเหล่านั้นแม้แต่น้อย ทั้งคู่เพิ่งจะเริ่มพูดคุยกันได้เพียงสามสี่เรื่อง รู้ตัวอีกทีรถยนต์สีดำก็จอดสนิทที่ลานจอดรถเสียแล้ว

“เอาล่ะ งานนี้พู่ต้องช่วยเราถ่ายคลิปรีวิวอาหารละนะ”

“ได้สิ แต่เราต้องถ่ายกันกี่ร้านเหรอ?

“ก็ทุกร้านอะ”

“ฮะ! งั้นก็แปลว่าเราต้องซื้อแล้วกินทุกร้านเลยน่ะสิ”

“ถูกต้อง แล้วเธอก็ต้องช่วยเรากินด้วย”

รู้อย่างนี้ไม่กินข้าวเที่ยงมาหรอก!

หญิงสาวได้แต่กรีดร้องภายในใจ ถึงแม้เวลาจะผ่านมา 4 ชั่วโมงเต็มหลังจากที่เธอทานอาหารกลางวันไป แต่ถ้าเธอรู้ก่อนว่ามื้อเย็นเธอจะต้องกินหนักขนาดนี้เธอของดข้าวเที่ยงเสียดีกว่า!

ว่าแล้วภาพก็พาพู่กันไปเดินซื้ออาหารปรุงสุกทุกร้าน ร้านละ 1 เมนู และเลือกเมนูแนะนำเท่านั้นด้วย พวกเขาเลือกอาหารมาให้ไม่ซ้ำกัน เพื่อความหลากหลายทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา จะว่าไปแล้วก็อิจฉาชีวิตของภาพเหมือนกันนะ นอกจากจะได้ไปเที่ยวและถ่ายภาพสถานที่ต่างๆ แล้วก็ยังได้กินอาหารอร่อยๆ ทุกวันเป็นแน่!

“พู่ค่อยๆ ตักอาหารขึ้นมานะ...อย่างนั้นแหละ โอเค ดี ดี”

ชายหนุ่มช่างภาพคอยกำกับหญิงสาวผู้ช่วยจำเป็นอยู่ตลอดเวลา ส่วนหญิงสาวก็ดูท่าทีจะทำตัวเป็นผู้ช่วยช่างภาพไปอย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่บ่นสักคำ เมื่อมองดูอาหารพวกนี้ก็น่ากินจนท้องร้องเสียงโครกครากออกมา แต่ถึงจะหิวขนาดไหนเธอก็ต้องอดทนไว้ เพราะถ้าถ่ายยังไม่เสร็จก็ยังกินไม่ได้

 

#

 

“โอ้โห! ดูสิเราทำงานได้เร็วขึ้นเยอะเลยพอมีเธอมาช่วย สนใจสมัครเป็นผู้ช่วยของภาพตลอดไปไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมยิ้มหน้าทะเล้นมองมาที่นักเขียนสาว ทำเอาเธอใจเต้นตึกตัก

“เราค่าตัวแพงนะ” หญิงสาวยิ้มขำ

“เท่าไหร่ก็ยอม เลี้ยงทั้งชีวิตยังได้”

ชายหนุ่มยังคงพูดจาออกมาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แต่หญิงสาวกลับหน้าแดงก่ำทำตัวไม่ถูก พยายามกลั้นอาการเขินอาย เม้มปากแน่นไม่แม้แต่จะตอบชายหนุ่ม

เขาล้อเล่นหรือไงกันนะ      

 

 

รถเก๋งสีดำสนิทเคลื่อนตัวช้าๆ เข้าสู่โรงแรมใจกลางเมืองโคราช ดูเหมือนชายหนุ่มเจ้าของรถจะพยายามถ่วงเวลาที่จะได้อยู่กับหญิงสาวข้างๆ ตัวให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ความช้าของรถทำเอาหญิงสาวขมวดคิ้วสงสัยว่ารถของภาพอาจจะมีจุดไหนพังไปหรือเปล่า เธอคิดว่าหากเธอลงจากรถแล้วเดินเข้าโรงแรมเอง คงถึงบนห้องพักไปแล้ว

“ภาพ รถนายพังหรือเปล่า หรืออาจจะยางรั่ว”

หญิงสาวถามขึ้นด้วยความสงสัยทำให้ภาพหลุดยิ้มขำอย่างชอบใจ หญิงสาวได้แต่นึกว่าตัวเองถามอะไรแปลกๆ ออกไปหรือเปล่า

“ฮ่าๆ พู่กันนี่มันพู่กันจริงๆ ” และด้วยคำตอบที่ไม่ตรงคำถามที่เธอได้รับมา ยิ่งทำให้เธอสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าเธอนั้นทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

สุดท้ายภาพก็ยอมเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นจนไปจอดเทียบอยู่ด้านหน้าทางเข้าล็อบบี้ หญิงสาวปลดเข็มขัดนิรภัยออกพร้อมกับสะพายกระเป๋าผ้าใบเล็ก ก่อนจะเปิดประตูลงเธอก็ได้หันไปขอบคุณภาพที่พาไปเที่ยวสนุกแถมยังได้ทานของอร่อยตั้งหลายอย่าง

“ขอบคุณนะภาพ บ๊ายบาย ขับรถดีๆ นะ” เมื่อหญิงสาวพูดจบก็หันหน้าไปที่ประตูรถ ก่อนที่เธอจะได้เปิดมัน ชายหนุ่มข้างๆ ก็พูดขึ้น...

“พรุ่งนี้เจอกันนะ” หญิงสาวชะงักมือ เมื่อชายหนุ่มพูดออกมาเช่นนั้น

“เอ๋?” เธอปล่อยมือจากประตูรถแล้วหันไปมองชายหนุ่มอย่างสงสัย

“เดี๋ยวพรุ่งนี้พู่จะไปหาข้อมูลที่ไหน ส่งข้อความมาบอกเรานะ เราจะมารับแต่เช้าเลย” ชายหนุ่มตอบคำถามที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวเสร็จสรรพก่อนที่เขาจะบอกให้หญิงสาวขึ้นไปพักผ่อนโดยไม่รอให้เธอปฏิเสธ

ผมไม่รู้ว่าเธอจะปฏิเสธไหม แต่ยังไงผมก็ไม่ยอมให้ปฏิเสธอยู่ดี

 

Phukan: พรุ่งนี้เราอยากไปปราสาทหินพิมาย

Phaph: ได้สิ แล้วพู่กลับกรุงเทพฯ วันไหนเหรอ

Phukan: เช้ามืดของวันมะรืนน่ะ

Phaph: อา... งั้นพรุ่งนี้ก็ได้เจอกันวันสุดท้ายแล้วล่ะสิ

Phukan: อืม...ใช่

 

ร่างบางวางสมาร์ตโฟนสีอ่อนลงข้างตัว พอนึกถึงเรื่องกลับกรุงเทพฯ ก็ทำให้เธอรู้สึกใจหาย ระยะเวลา 1 วันที่ได้เจอเขากลับทำให้เธอรู้สึกดีได้มากกว่าระยะเวลา 1 ปีที่คุยกันผ่านแชตเท่านั้นเห้อ...แต่จะคิดเรื่องที่จะต้องแยกจากกันไปทำไม สู้มาสร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำอีก อาจจะดีเสียกว่า

เมื่อหญิงสาวคิดได้ดังนั้น เธอก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนเพลีย วันนี้เธอรู้สึกเมื่อยล้าจากการเดินทาง รีบเข้านอนแต่หัวค่ำก็คงดี พรุ่งนี้จะได้มีแรงลุกขึ้นมาทำงานต่อ แต่ก่อนที่เธอจะหลับตาลง ก็ไม่ลืมที่จะบอกฝันดีชายหนุ่มที่อาสาพาเธอไปทัวร์แบบฟรีๆ ในวันพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน

 

Phukan: ฝันดีนะ

 

 

 

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

 

#

 

หนุ่มสาวทั้งสองคนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกหนึ่งที่ในจังหวัดนครราชสีมา ปราสาทหินพิมาย เป็นพุทธสถานในนิกายมหายานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อว่าปราสาทหินพิมาย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 กษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม โดยลักษณะผังของปราสาทหินพิมายนั้นถูกสร้างขึ้นให้คล้ายกับเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อปราสาทหินพิมายเปรียบเสมือนทางเชื่อมระหว่างโลกกับสวรรค์

นอกจากอุทยานประวัติศาสตร์พิมายจะมีสถาปัตยกรรมอันงดงามให้ได้เที่ยวชม อีกทั้งยังมีโบราณวัตถุในอดีตให้ประชาชนได้ศึกษา อาคารด้านนอกสามารถเข้าชมฟรี แต่ด้านในต้องเสียค่าเข้าชมเพียง 10 บาท ก็สามารถเข้าไปเรียนรู้อารยธรรมในอดีต ความเป็นมา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ ได้

“เสร็จสักที ยังไม่เที่ยงเลยด้วยซ้ำ” หญิงสาวบิดขี้เกียจซ้ายขวา ทันทีที่เธอขึ้นมานั่งบนรถ

แล้วเธอมีแพลนจะไปที่ไหนต่อหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามพลางสตาร์ตรถ เปิดแอร์เย็นฉ่ำให้หญิงสาวสดชื่น

“อืม...ฉันอยากไปกราบไหว้ย่าโมก่อนจะกลับกรุงเทพฯน่ะ”

“งั้นเราไปหาอะไรกินในเมืองแล้วไปไหว้ย่าโมกัน”

ชายหนุ่มเริ่มเหยียบคันเร่งออกตัวไปอย่างไม่รีบร้อน เขาพยายามไม่คิดถึงเหตุการณ์หลังจากที่หญิงสาวกลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะพวกเขาเพิ่งได้เจอหน้ากันเพียง 2 วัน เขาไม่กล้าที่จะรั้งเธอไว้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเขาจะยังอยากเจอหน้าผู้หญิงคนนี้อีกก็ตาม

ระหว่างทางกลับหญิงสาวหลับใหลไปอย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มได้แต่มองแล้วยิ้มออกมา เขาคิดว่าเธอคงง่วงเพราะวันนี้พวกเขาออกจากโรมแรมตั้งแต่เช้าตรู่ ที่จริงหญิงสาวไม่ได้รีบหรอกนะ แต่เป็นเขาเองที่ขอให้เธอตื่นแต่เช้าเพื่อจะให้หญิงสาวทำงานเสร็จแล้วยังพอมีเวลาให้เขาได้อยู่กับเธอนานๆ

เมื่อเขาขับรถมาถึงตัวเมืองแล้วเขาก็แวะหาอะไรทานที่สี่แยกเต็กฮะ ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย แต่บางร้านก็จะเปิดเฉพาะช่วงเย็นเท่านั้น หลังจากที่เขาปลุกพู่กันให้ไปรับประทานอาหารจนเสร็จสรรพ เขาก็พาเธอไปกราบไหว้ย่าโม ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

 

#

 

 

“เธอรู้ไหมว่าเวลาคนมาบนบานกับย่าโมจะต้องแก้บนด้วยอะไรถึงจะสมหวัง” ชายหนุ่มชวนหญิงสาวคุยขณะที่ทั้งคู่กำลังเข้าไปไหว้อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

“แก้บนด้วยอะไรล่ะ?

“ย่าโมโปรดปรานเพลงโคราชมากที่สุด ถ้าจะมาขอสิ่งใดกับย่าโมจะต้องร้องเพลงโคราชให้ท่านฟัง”

“จริงเหรอ? แล้วนายเคยขอไหม”

“ไม่หรอก เราไม่มีเรื่องจะขอน่ะ แต่ตอนนี้ก็ไม่แน่นะ”

“จะขอเรื่องอะไรเหรอ?

“ไม่บอกหรอก!” ชายหนุ่มยิ้มทะเล้นก่อนจะเดินนำหญิงสาวที่กำลังหน้าเหวอจากการที่ภาพไม่ยอมเล่าสิ่งที่เขาอยากบนบานกับย่าโมให้ฟัง

หญิงสาวมองตามร่างชายหนุ่มที่เดินไปจุดธูปกราบไหว้ย่าโมโดยไม่รอเธอเลย แต่เธอก็ไม่ได้อยากรู้อะไรหรอก ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก หญิงสาวยู่ปากก่อนจะเปิดไปจุดธูปไหว้ย่าโมบ้าง

เมื่อเธอปักธูปลงบนกระถางเสร็จเธอก็ถอยออกมายืนมองประติมากรรมที่ถูกหล่อด้วยทองแดงรมดำสูง 185 เซนติเมตร พลางนึกถึงเรื่องในอดีตที่ตอนนั้นเธอก็กำลังยืนมองอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีอยู่เช่นกัน พลันสายตาของเธอมองไปยังด้านหลังก็พบกับประตูชุมพล จู่ๆ ความทรงจำในอดีตที่ผ่านมาก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว และทำให้เธอเกิดคำถามบางอย่าง...

 

#

 

 

“นี่ ทำไมเธอถึงจ้องประตูชุมพลอย่างนั้นล่ะ” คำถามของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์ แต่เธอกลับไม่ตอบคำถามของชายหนุ่มจนเขาต้องถามเธอขึ้นมาอีกรอบ

“อยากไปลอดประตูชุมพลเหรอ นั่นแน่ อยากได้แฟนเป็นคนโคราชแล้วล่ะสิ” ชายหนุ่มแซว

“เปล่า...เมื่อ 1 ปีที่แล้วฉันลอดไปแล้วน่ะ แล้วหลังจากวันนั้นมันก็ทำให้ฉันได้คุยกับนาย” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองหน้าชายหนุ่ม

น่าแปลกที่จู่ๆ ชายหนุ่มก็มีความรู้สึกเขินอายขึ้นมา อย่างกับว่าเขากำลังคิดว่าความเชื่อนั้นอาจจะเกิดขึ้นจริง

“แล้วเธอเชื่อเรื่องตำนานของประตูชุมพลไหม ที่เขาว่ากันว่าหากลอดซุ้มประตู 3 ครั้งจะได้คู่รักเป็นคนโคราช”

ชายหนุ่มตีหน้านิ่งพยายามเก็บอาการเขินอายและระงับจิตใจเย็นลง แต่เหมือนร่างกายของเขาจะไม่ยอมทำตามคำสั่ง ใจของเขาเต้นตึกตักระหว่างรอฟังคำตอบของหญิงสาว

“เชื่อสิ...” หญิงสาวระบายยิ้ม

 

 

ก็นายยังไงล่ะ

 

 

 

 

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

 

อ่านประกาศ : 1.5k ลงประกาศ : 22 มิ.ย. 2561 19:18 น.
แสดงความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น